ที่ผ่านมา HTC มักจะใส่ชิปเสียงหรือ DAC ที่มีคุณภาพมาในสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของตน เช่น HTC 10 ทว่าเมื่อปีที่แล้ว พวกเขาเลือกที่จะตัดช่องหูฟัง 3.5 มม. ตามเทรนด์โลกเช่นเดียวกับผู้ผลิตหลายๆเจ้าที่ทยอยกันตัดออกไป นั่นทำให้ HTC U11 และ U11+ ไม่มี DAC ติดตั้งภายในเครื่อง แต่ทาง HTC ได้เลือกที่จะใส่ DAC ลงในสายแปลง USB Type-C to 3.5mm adapter และยังแถมมาในกล่องพร้อมกับเครื่องเลย

    สายแปลงที่ว่านี้ มาพร้อม DAC ยี่ห้อ Cirrus Logic รุ่น CS42L42 จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งให้เสียงที่คุณภาพดีกว่า DAC เดิมๆที่มากับชุดชิปเซ็ตประมวล (SoC) แน่นอน แม้แต่ Qualcomm Aqstic™ WCD9341 บน Snapdragon 835 ชิปเซ็ตรุ่นล่าสุดก็สู้ไม่ได้ ซึ่งด้วยความที่สายแปลงตัวนี้เป็นหัว USB Type-C จึงทำให้สมาร์ทโฟนรวมถึงคอมพิวเตอร์โน้ตบุคแบรนด์อื่นๆที่มีพอร์ต USB Type-C ต่างก็สามารถใช้สายนี้ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นทาง SE-Update จึงจะนำมารีวิวคุณภาพเสียงจากหูฟังที่ต่อผ่านสายแปลง HTC เส้นนี้เปรียบเทียบกับการฟังผ่านหูฟังที่ต่อตรงจากพอร์ตหูฟัง 3.5mm บน Xperia XZ Premium สมาร์ทโฟนเรือธงประจำปี 2017 จาก Sony Mobile

หน้าตาเป็นอย่างไร?

▲ ดีไซน์เรียบง่าย งานประกอบมิดชิดแข็งแรง วัสดุทำจากยางแข็งๆผิวด้านสีเทาเข้ม ไม่ถึงกับดำ ความยาวทั้งหมด 10.5 ซม. โดยทางหัวฝั่งพอร์ต 3.5 มม. มีวงแหวนโลหะ และมีโลโก้ HTC สกรีนเป็นร่องลงไปในผิว

▲ ปลายอีกด้านหนึ่งเป็น USB Type-C เนื่องจากแผงวงจรและชิปเสียงอยู่ในปลายด้านนี้ ทำให้ฝั่งนี้มีขนาดใหญ่กว่าหัวฝั่งพอร์ต 3.5 มม. เสียอีก ซึ่งเดี๋ยวเราจะทำการชำแหละให้เพื่อนๆได้เห็นว่าแผงวงจรข้างในเป็นอย่างไรบ้าง

▲ ด้วยความที่สายแปลงรุ่นนี้เป็นอุปกรณ์เสริมที่แถมมาในกล่องของ HTC U11 และ U11+ สินค้าส่วนใหญ่จึงไม่มีกล่องหรือแพ็คเกจใดๆ

ข้างในมีชิปเสียง (DAC) จริงๆหรือเปล่า?

    เนื่องจากมีเพื่อนๆหลายคนยังคลางแคลงใจว่าสายแปลงของ HTC รุ่นนี้มันมี DAC จริงๆหรือไม่ ทาง SE-Update จึงตัดสินใจนำสินค้ามาชำแหละเพื่อความบันเทิงเพื่อให้เพื่อนๆได้เห็นกันไปเลยว่าข้างในเป็นอย่างไร

▲ เริ่มต้นแล่เนื้อยางออกด้วยเลื่อย เนื้อยางที่หุ้มไว้ค่อนข้างแข็งใช้ได้เลยครับ ต้องออกแรงหั่นกันเลยทีเดียว

▲ เมื่อหั่นเนื้อยางด้านนอกออก ก็จะพบปลอกอะลูมิเนียมหุ้มแผงวงจรข้างในไว้อีกชั้นหนึ่ง

▲ ปลอกอะลูมิเนียมแข็งแรงดีมาก ต้องใช้เครื่องมือช่วยงัดให้เปิดออกมา

▲ เมื่อแกะปลอกอะลูมิเนียมออกไปหมดแล้ว ก็ยังเข้าไม่ถึงแผงวงจร เพราะพี่ HTC เล่นเอาแผงวงจรหุ้มด้วยซิลิโคนอีกชั้นหนึ่ง แทบจะมั่นใจได้เลยว่าแผงวงจรข้างในจะพังจากแรงกระแทกได้ยากมากๆ ลำบากทีมงานต้องไปหาน้ำยาละลายยางมาอีก

▲ หลังจากพยายามอยู่นาน ในที่สุดเราก็ได้เห็นแผงวงจรภายใน

▲ จะเห็นได้ว่า ชั้นของซิลิโคนนั้นหลอมหุ้มแผงวงจรไปเลย ตัวบอร์ดมีรหัส LX7076

▲ เรายังต้องทำการขูดสีบนชิปออกมา ถึงจะปรากฏรหัสของ DAC Cirrus logic CS42L42 ที่เราตามหา

 

คุณภาพเสียงเป็นอย่างไร?

    Output ของสายแปลง HTC รุ่นนี้ รองรับสูงสุดที่ 24bit/48khz ซึ่งแม้จะไปไม่ถึงความละเอียด Bit-perfect audio แต่ความละเอียดของมันก็สูงกว่าแผ่นซีดี ซึ่งถือว่าไม่น่าเกลียดแล้วเมื่อดูจากราคาค่าตัวเพียง 550 บาท

    อุปกรณ์ที่เราจะใช้เพื่อทดสอบเปรียบเทียบคุณภาพเสียงระหว่างการต่อหูฟังผ่านสายแปลง HTC และการต่อผ่านพอร์ตหูฟังโดยตรง คือ สมาร์ทโฟน Xperia XZ Premium ซึ่งไม่มี DAC แยก มีเพียง Qualcomm Aqstic™ WCD9341 บนชิปเซ็ต Snapdragon 835 เท่านั้น

    ความรู้สึกแรกที่เมื่อทดลองฟังเสียงจากหูฟังที่ต่อผ่านสายแปลง HTC คือ แรงขับสูงกว่าต่อตรงอย่างชัดเจน กล่าวคือ ปรับระดับเสียงที่ระดับ 11 ก็ได้ความดังเท่าๆกันกับระดับ 15 ของเมื่อตอนที่ต่อตรงแล้ว (ระดับสูงสุด) หรือก็คือดังกว่าถึง 4 ระดับ ซึ่งใครที่ประสบปัญหาสมาร์ทโฟนที่ใช้อยู่ขับหูฟังที่มีไม่ไหว DAC บนสายแปลงนี้จะช่วยเหลือท่านได้แน่นอน

    อันดับต่อมา เสียงที่ได้นั้นมีเบสแน่นขึ้นชัดเจน เบสอิมแพคเพิ่มขึ้นอย่างรู้สึกได้ ซึ่งนี่เป็นเอกลักษณ์ของเสียงจากสมาร์ทโฟน HTC ตั้งแต่สมัย HTC one M7 ที่ร่วมมือกับ beats audio ไม่เพียงเท่านั้น เสียงที่ขับผ่านสายแปลงนี้ยังมีสเตจ (เวทีเสียง) ที่กว้างขึ้นและรายละเอียดเสียงชัดเจนขึ้นทุกย่านเสียง แต่เสียงต่ำจะเด่นขึ้นอย่างชัดเจน

มีข้อควรทราบอะไรหรือไม่?

1. การเล่นเพลงผ่านสายแปลง HTC จะไม่สามารถใช้งานซอฟต์แวร์ปรับเสียงต่างๆของตัวเครื่องได้ เช่น Equalizer, ClearAudio+, Surround Sound Effects

2. ไม่สามารถใช้งานร่วมกับหูฟัง Digital Noise Canceling ของ Sony ที่ไม่มีแบตเตอรี่ในตัว เช่น MDR-NC750, MDR-NC31EM

3. ปุ่มควบคุมเพลง/รับสายโทรศัพท์บนหูฟังสามารถใช้งานได้ปกติ และไมโครโฟนสามารถใช้สนทนาได้ปกติ

4. การเล่นเพลงผ่านสายแปลง HTC จะใช้แบตเตอรี่ของอุปกรณ์มากขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากตัวอุปกรณ์จะต้องจ่ายไฟไปยัง DAC

การเชื่อมต่อเพื่อใช้งาน ทำอย่างไร?

    โดยปกติแล้ว อุปกรณ์ทั่วไปจะสามารถใช้งานทันทีที่เสียบสายแปลงเข้ากับตัวเครื่องแล้วต่อหูฟัง ทว่าสมาร์ทโฟนบางรุ่นอาจจะต้องกด detect USB ก่อนจึงจะใช้งานได้

    สำหรับ Xperia ถ้าต่อสายแปลงแล้วยังใช้งานไม่ได้ ให้เลือกจ่ายไฟให้อุปกรณ์ USB (Supply power) แล้วจะใช้งานได้ทันที

 

สามารถใช้กับสมาร์ทโฟนยี่ห้อใดบ้าง?

   หลักๆแล้ว สายแปลง HTC USB Type-C to 3.5mm adapter สามารถใช้งานได้กับสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ที่ใช้พอร์ต USB Type-C ซึ่งสมาร์ทโฟนที่มีพอร์ต Type-C จากผู้ผลิตเหล่านี้คือยี่ห้อที่เราได้ทำการทดสอบแล้วหรือมีลูกค้าที่ซื้อไปได้ยืนยันว่าสามารถใช้งานได้ (ไม่รับประกันว่าลง Custom ROM แล้วจะยังใช้งานได้)

  • Sony Xperia
  • Samsung
  • Huawei
  • LG
  • HTC
  • Xiaomi
  • Meizu
  • Nubia
  • Motorola
  • Google Pixel
  • Nokia
  • Asus
  • Lenovo
  • ไม่ได้จำกัดแค่สมาร์ทโฟนเท่านั้น Notebook หรือแท็บเล็ตที่มีพอร์ต USB Type-C ก็ใช้ได้เช่นกัน

 

สรุป

     ความยาวเพียง 10.5 ซม. ที่เพิ่มเข้ามา ไม่ทำให้รู้สึกว่าสายหูฟังยาวขึ้นจากเดิมมากเท่าไหร่ โดยสายแปลง HTC นี้เหมาะสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นที่ไม่มีชิป DAC แยกเป็นอย่างยิ่ง เพราะเพื่อนๆจะได้เสียงที่กำลังขับสูงขึ้น มีรายละเอียดมากขึ้น คุณภาพสูงเกินราคา 550 บาทของมันไปไกล โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบฟังเพลงร็อคหรือตื๊ดๆแบบ EDM จะได้เบสที่ทรงพลังกว่าเดิมอย่างชัดเจน เพราะนี่คือสายแปลงที่แถมมากับสมาร์ทโฟนเรือธงของ HTC เลยทีเดียว นอกจากนี้จากที่เราได้ลองชำแหละตัวสาย ก็ยังพบว่างานประกอบถือว่าสมกับชื่อแบรนด์ HTC มากๆ เพราะทนทานแข็งแรงเป็นอย่างยิ่ง

  เท่านี้สาวก Xperia ที่รอคอยให้ Sony Mobile ใส่ DAC มาอย่างยาวนาน ก็ไม่ต้องรอง้อ Sony อีกต่อไป เพียงใช้สายแปลงตัวนี้ ก็สามารถสัมผัสเสียงจาก DAC Cirrus Logic รุ่น CS42L42 ได้ทันที

 

เพื่อนๆที่สนใจ สามารถสั่งซื้อได้ที่นี่

สาวกอารยธรรมผู้คลั่งไคล้ทุกสรรพสิ่งที่ติดโลโก้ SONY.

ขอบคุณที่ร่วมแสดงความรู้สึกของคุณต่อบทความนี้ อย่าลืมที่จะแชร์ให้คนอืนได้รู้ความรู้สึกนี้ .
บอกให้เรารู้ถึงความรู้สึกหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้
  • ประทับใจสุดๆ
  • ดีจังเลย
  • โกรธสุดๆ
  • เฉยๆ อ่ะ
  • รู้สึกหดหู่

Comments

comments