Review Xperia Z3 Series : เมื่อเรือธงท้ายปีกลับมาทวงบัลลัง การประชันจึงเกิดขึ้น

Xperia News 20 Comments
Review Xperia Z3 Series : เมื่อเรือธงท้ายปีกลับมาทวงบัลลัง การประชันจึงเกิดขึ้น

headpart1

นับว่าเสพข่าวลือกันมาอยู่พักนึงเลยทีเดียว นับแต่ช่วงกลางปีที่มีสเปคหลุดออกมาเกี่ยวกับ Xperia Z3 ว่าจะทำหน้าที่เรือธงท้ายปีได้เจ๋งขนาดไหน เพราะกระแสตอนนั้นนับว่า Xperia Z2 เป็นม้ามืดมาเลยทีเดียว ไม่ว่าจะด้วยลำโพงแบบ Stereo คู่กล้องที่ได้รับการปรับปรุงจอที่เปลี่ยนมาใช้ IPS กับเขา(ซักที) แก้ข้อครหาของปัญหาองศาการมองแคบได้ในที่สุด ซึ่งแน่นอนตอนนั้นมันเพอเฟคสุดๆเลยล่ะ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า Xperia Z3 จะมีอะไรที่ว้าวพอที่จะสานต่อความเสร็จของ Xperia Z2 ไหมนะ

และเมื่อใกล้ช่วงเปิดตัวในงาน IFA2014 ที่ผ่านมา ก็ได้เปิดตัวมือถืออีก 2 รุ่นตามมานั่นก็คือ Xperia Z3 Compact และ Xperia Z3 Tablet Compact ซึ่งเป็นการสานต่อซีรี่ย์ Compact ที่ประสบความสำเร็จอย่างดีตอน Xperia Z1 Compact และเลือกที่จะเปิดตัว MiniTablet ตัวนี้แทนที่จะเป็น Xperia Z3 Tablet แทนเพื่อนแข่งกับตลาดจอ 8″ ที่กำลังดุเดือดกันตอนนี้นั่นเอง โดยในรีวิวนี้เราได้ทั้ง Xperia Z3 และ Xperia Z3 Compact มา ส่วน Xperia Z3 Tablet Compact ยังไม่มีวางจำหน่าย ณ เวลานี้ครับ ถ้าหากยังสงสัยว่าเครื่องไหนที่ใช่สำหรับคุณ และมันแตกต่างกันยังไง ดีกว่า Xperia Z2 เยอะไหม เราไปดูกันในบทความนี้กันครับ ^^

Unbox_____________________________________________________________________________

1_XperiaZ3Review_Unbox

กล่องดีไซน์เรียบๆ ไม่หวือหวา โชว์จุดขายของแต่ละตัวเช่น Xperia Z3 Compact ก็จะเป็นขอบพลาสติกแข็งที่ดูตัดกับสีเครื่องดี ส่วน Xperia Z3 ก็จะเป็นเลนส์กล้องขนาด 20.7MPโดยกล่องมาในรูปแบบจตุรัสขนาดกำลังดีเมื่อเปิดมาก็จะพบมือถือของเรานอนนิ่งอยู่ในช่องใส่ เมื่อเปิดถาดออกมาก็จะพบกับอุปกรณ์ต่างๆโดยอุปกรณ์ที่แถมมาในกล่อง Xperia Z3 และ Xperia Z3 Compact นั้นจะเหมือนกัน (และก็ยังไม่แถม Dock เหมือนเดิม T_T)  มีดังนี้

  • หัวชาร์จ EP880 สามารถอัดไฟได้ที่ 1500mA
  • สาย USB to micro USB
  • สาย USB On-The-Go(สำหรับต่อแฟรชไดฟ์) MC3100
  • หูฟัง Earpod MH410c
  • คู่มือต่างๆ

 

Xperia Z3__________________________________________________________________________

Xperia Z3 รอบนี้ได้มาพร้อมกับดีไซน์แบบ Omnibalance เหมือนเดิม โดยมีจำหน่ายทั้งหมด 4 สีด้วยกันคือ ขาว, ดำ, Copper (สีทองแดง) และสี Silver Green ที่จะออกเขียวจางๆ วัสดุยังเป็นขอบอลูมิเนียมด้านหลังเป็นกระจก และขอบของตัวเครื่องถูกออกแบบให้โค้งมนมากยิ่งขึ้น เพื่อความสะบายในการจับไม่ดูแข็งแบบ Xperia Z2 โดยมุมของตัวเครื่องทั้ง 4 จะถูกปิดประกบด้วย Nylon Caps ซึ่งถือเป็นอีกจุดเด่นของการดีไซน์และผมว่ามันสวยมาก 😀

Z3_front

ด้านหน้าของตัวเครื่องจะประกอบด้วยจอภาพขนาด 5.2″ Full HD เป็นจอแสดงผลแบบ IPS เช่นเดียวกับ Xperia Z2 ลำโพง Stereo คู่ด้านหน้าถูกนำมาวางบนตำแหน่งหน้าเครื่องแทนการวางที่มุมเครื่องแบบ Xperia Z2 ช่วยให้เสียงที่ออกมาดูใสและสามารถใส่ช่องลำโพงได้ใหญ่กว่า แม้ตอนแรกมันจะดูขัดตาไปบ้างแต่พอลองเทียบเสียงกับ Xperia Z2 ดูแล้วผมว่าการวางลำโพงตำแหน่งนี้ก็ไม่เสียหายเท่าไร 😀 แต่ก็ต้องแลกกับไฟ Notification สวยๆที่เคยฝังอยู่ในลำโพง เพราะต้องย้ายไปเป็นจุดอยู่ที่มุมซ้ายบนของเครื่องแทน กล้องหน้าอยู่ที่ตำแน่งขวาของตราโลโก้ SONY มาพร้อมกับความละเอียด 2.2MP รองรับการถ่ายวีดีโอที่ความละเอียด 1080p ขอบหน้าจอที่บางลงทำให้ตัวเครื่องแม้จะมีขนาดหน้าจอเท่ากัน แต่ Xperia Z3 กลับจับได้ถนัดมือมากกว่า Xperia Z2 นั่นเอง

Z3_back

ด้านหลังของตัวเครื่องยังเป็นกระจกเช่นเคย โดยการจัดวางตำแหน่งกล้องและ LED Flash ยังคงเหมือนกับ Xperia Z2 มีตำแหน่ง NFC อยู่ที่บนโลโก้ SONY โดยกล้องจะมีขนาดความละเอียด 20.7MP ใช้ GLens ที่มีมุมกว้างที่ 25มม. ทำให้เก็บภาพได้กว้างกว่า Xperia Z2 ดิจิตอลซูม 8 เท่า ดัน ISO ได้สูงสุดได้ที่12800 ในโหมด Superior auto ปรับได้สูงสุด 3200 ที่ความละเอียด 8MP และ 800 ที่ความละเอียด 20.7MP ในโหมด Manual มาพร้อมกับ Exmor RS™ ขนาดใหญ่ 1/2.3 นิ้ว ชิปประมวลผลภาพ BIONZ™ มาพร้อมกับการถ่ายวีดีโอที่ระดับ 4K เช่นเคย รวมทั้งสามารถถ่ายแบบสโลว์ที่ระดับ 120p ในโหมด Timeshift Video ได้ มีระบบ SteadyShot™ กันภาพสั่นไหว และยังถ่ายภาพได้ดีกว่าเดิมด้วย Intelligent Active Mode* ซึ่งจะช่วยประเมินและวิเคราะห์เฟรมภาพนับสิบ ให้ถ่ายวิดีโอได้อย่างราบรื่นและมั่นคงไม่สั่นไหว

Z3_sideด้านข้างจะประกอบด้วยปุ่ม Power ดีไซน์ใหม่ที่เป็นชิ้นเดียวคล้ายๆกับตอน Xperia Z ไม่เป็นตุ่มแยกออกมาแบบ Xperia Z1 และ Xperia Z2 ปุ่มเพิ่ม/ลดเสียงที่มีความยาวเพิ่มมากขึ้นทำให้กดใช้งานสะดวกกว่า Xperia Z2 ปุ่มชัตเตอร์กล้องด้านล่าง โดยสามารถกดค้างตอนหน้าจออยู่โหมด Sleep เพื่อเข้าใช้งานกล้องได้ ด้านบนจะเป็นช่องใส่ MicroSD Card และช่องใส่ซิมมารวมอยู่ด้วยกันแล้ว ซึ่งใน Xperia Z3 จะใช้ซิมแบบ NanoSIM ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าเป็นข้อดีอย่างนึงเพราะตอน Xperia Z2 ที่รวมช่องใส่ซิมและ MicroUSB ไว้ด้วยกันแล้วทำเป็น Port ยาวๆทำให้ปิด/เปิดยากและหากเราต้องการใช้ช่อง MicroUSB ช่องใส่ซิมก็ต้องถูกเปิดออกด้วย แต่พอเอามารวมกันใน Xperia Z3 ทำให้พอร์ตนี้ไม่ต้องถูกเปิดออกบ่อยๆ (ยกเว้นคุณต้องคอยสับซิมตลอดทั้งวันอ่ะนะ ฮ่าๆ)

Z3_sidemagมาอีกด้านหนึ่งของเครื่องจะพบกับพอร์ต MicroUSB ซึ่งการปิด/เปิดดูสะดวกกว่าเดิม และการทำซีลให้ลึกขึ้นทำให้ผมมันใจว่าเวลาปิดแล้วไม่ต้องคอยเอานิ้วมาถูซ้ำเพราะไม่แน่ใจว่าพอร์ตปิดสนิทไหมแบบตอน Xperia Z2 แน่ 😛 ถัดมาเป็นพอร์ต Magnetic Charge ซึ่งทำเป็นสีดำและดูกลมกลืนกับเครื่องมากขึ้นไม่ดูลึกแบบ Xperia Z2 ด้านล่างเป็นช่องร้อยสายคล้อง

Z3_botด้านล่างเรียบๆ ไม่มีอะไร ><

Z3_topด้านบนเป็นตำแน่งไมค์ตัวที่สอง ซึ่งถูกนำมาวางชิดพอร์ตหูฟังมากขึ้น ส่วนพอร์ตหูฟังยังเป็นแบบ 4 ขั้วรองรับเทคโนโลยี Noice Cancelling เช่นเคย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีขอบอลูมิเนียมรอบช่องหูฟังแบบตอน Xperia Z2 แล้วเป็นแค่พลาสติกสีดำแทน

1_XperiaZ3Review_GLens

Xperia Z3 มาพร้อมกับการออกแบบดีไซน์ที่มนขึ้น(คล้ายๆ Lumia) เพื่อความสะบายในการถือการใช้ Nylon Caps ปิดมุมทั้ง 4 ของตัวเครื่องก็ทำออกมาได้ลงตัว และด้วยขนาดที่เล็กกว่า Xperia Z2 ที่ถึงจะเล็กลงไม่มาก แต่หากรองจับทั้งคู่แล้วจะพบว่า Xperia Z3 ถือใช้งานได้สะดวกกว่า Xperia Z2 และไม่รู้สึกเมื่อยมือเวลาใช้งานมือเดียว ลำโพงที่เปลี่ยนตำแหน่งมาอยู่ด้านหน้าทำให้สามารถใส่ช่องลำโพงได้ใหญ่ขึ้น จึงทำให้เสียงที่ออกมาดูใสและดังกว่า Xperia Z2 อย่างเห็นได้ชัด Xperia Z3 มีสเปคคร่าวๆดังนี้

  • ขนาดตัวเครื่อง 146 x 72 หนา 7.4 มม.
  • หน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด(1920 x 1080) TRILUMINOS Display พร้อม Live Colour LED และ X-Reality
  • ชิพประมวลผล Qualcomm Snapdragon 801 (MSM8974AC) 2.5 GHz quad-core พร้อมตัวประมวลผลกราฟิก Adreno 330 มาพร้อมกับ Android 4.4 (KitKat)
  • RAM 3GB มาพร้อมกับพื้นที่ภายในขนาด 16GB หรือ 32GB
  • กล้องขนาด 20.7MP มาพร้อมเซ็นเซอร์ Exmor RS 1/2.3 นิ้ว ใช้ Sony G Lens 25มม. พร้อมดัน ISO ได้สูงสุดที่ ISO12800 / กล้องหน้า 2.2MP ถ่ายวีดีโอได้สูงสุดที่ 1080p
  • ลำโพงคู่ S-FORCE Front Surround มาพร้อมกับชิป DSEE HX, i-Res Audio และระบบ Digital Noise Cancellation
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,100 mAh
  • มาตราฐานกันน้ำกันฝุ่นที่ IP65/68 ทำให้สามารถดำน้ำได้ลึกขึ้นที่ 1.5 เมตร ได้นาน 30 นาที (แต่เราก็ไม่แนะนำให้เอามือถือไปดำน้ำเล่นเมื่อไม่จำเป็นอยู่ดี ฮ่าๆ)
  • น้ำหนัก 153 กรัม

 

Xperia Z3 Compact_______________________________________________________________

ในที่สุดโซนี่ก็ปล่อยรุ่นออกมาสานต่อความสำเร็จของซีรี่ย์ “Compact” ซะทีหลังจากมีข่าวลือมาแล้วก็เงียบหายไปตอน Xperia Z2 และได้เปิดตัวมันในชื่อ Xperia Z3 Compact โดยดีไซน์ยังคงเป็น OmniBalance มีจำหน่ายทั้งหมด 4 สีเช่นกันแต่เป็นสี ดำ,ขาว,ส้ม และเขียวมิ้น ซึ่งการออกแบบตัวเครื่องไม่ได้ใช้วัสดุอลูมิเนียมทำขอบแล้วแต่เปลี่ยนเป็นพลาสติกแข็งเนื้อดีแทน ซึ่งเท่าที่ลองจับๆดูแล้ว มันสวยไม่แพ้กันเลยล่ะ ^^

Z3c_front

ด้านหน้าตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอขนาด 4.6″ HD 720p เป็นจอ IPS โดยพื้นที่ด้านบนและล่างที่ถูกลดลงทำให้มันมีความยาวไม่มากเหมือน Xperia Z3 การวางตำแหน่งลำโพงยังคงวางด้านหน้าเช่นเคย ส่วนตำแหน่งกล้องหน้าย้ายไปไว้ที่มุมขวาบนแทน มีความละเอียดที่ 2.2MP รองรับการถ่ายวีดีโอที่ความละเอียด 1080p ตำแหน่งไฟ Notification อยู่มุมบนซ้าย และด้วยขนาดหน้าจอที่ 4.6″ นี้ทำให้มันจับถนัดมือและใช้งานมือเดียวได้สะดวกม๊ากกก

Z3c_back

ด้านหลังเป็นพลาสติกเช่นเดียวกับ Xperia Z1 Compact แต่มาในโทนสีที่ฉูดฉาดมากขึ้นตำแหน่งกล้องที่ไม่ชิดมุมแล้ว ตำแหน่ง LED Flash จากที่อยู่มุมด้านล่างถูกย้ายขึ้นไปอยู่แนวเดียวกับเลนส์กล้องแทน โดยมาพร้อมกับความละเอียด 20.7MP ใช้ GLens ที่มีมุมกว้างที่ 25มม. ดิจิตอลซูม 8 เท่า ดัน ISO ได้สูงสุดได้ที่12800 ในโหมด Superior auto เซ็นเซอร์ Exmor RS™ ขนาดใหญ่ 1/2.3 นิ้ว มาพร้อมกับ SteadyShot™ และ Intelligent Active Mode ซึ่งจะเหมือนกับ Xperia Z3 ทุกๆฟังก์ชั่น

Z3c_side ด้านข้างประกอบด้วยปุ่ม Power ดีไซน์ใหม่เช่นเดียวกับ Xperia Z3 ปุ่มเพิ่มลดเสียงและปุ่มชัตเตอร์ โดยสามารถกดค้างตอนหน้าจออยู่โหมด Sleep เพื่อเข้าใช้งานกล้องได้ ส่วนพอร์ตต่างๆจะถูกย้ายไปรวมกับอีกด้าน

Z3c_sidemag Z3c_port

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเป็นพอร์ตยาวๆแบบ Xperia Z2 แต่ดูแน่นหนากว่า โดยจะรวม MicroUSB และ Micro SD Card ไว้ด้วยกัน ส่วนช่องใส่ซิมอยู่ด้านล่าง ถัดมาเป็นพอร์ต Magnetic Charge เช่นเคย

Z3c_botด้านล่างเป็นรูร้อยสายคล้องและตำแหน่งไมค์

Z3c_topด้านบนเป็นไมค์ตัวที่ 2 และพอร์ตหูฟัง ซึ่งเป็นแบบ 4 ขั้วรองรับเทคโนโลยี Noice Cancelling พร้อมกับขอบอลูมิเนียมสุดหรู

Xperia Z3 Compact ถือเป็นการสานต่อตำนาน Compact ได้เป็นอย่างดีทั้งการออกแบบที่เลี่ยงการใช้ดีไซน์ที่ซ้ำกันแบบตอน Xperia Z1 กับ Xperia Z1 Compact มาใช้พลาสติกแข็งหุ้มด้านข้างแทนทำให้ได้การดีไซน์ที่แปลกใหม่ น่าใช้งาน และถึงแม้ตัวเครื่องจะมีความหนามากขึ้น แต่แลกกับขนาดที่เล็กลงทำให้ถือใช้งานมือเดียวได้อย่างสะดวก ซึ่งน่าจะโดนใจวัยรุ่นหลายๆคนด้านการใช้งานและสีสันที่สะดุดตา

  • ขนาดตัวเครื่อง 127.x 64.9 หนา 8.6 มม.
  • หน้าจอขนาด 4.6 นิ้ว ความละเอียด(1280×720 ) TRILUMINOS Display พร้อม Live Colour LED และ X-Reality
  • ชิพประมวลผล Qualcomm Snapdragon 801 (MSM8974AC) 2.5 GHz quad-core พร้อมตัวประมวลผลกราฟิก Adreno 330 มาพร้อมกับ Android 4.4 (KitKat)
  • RAM 2GB มาพร้อมกับพื้นที่ภายในขนาด 16GB หรือ 32GB
  • กล้องขนาด 20.7MP มาพร้อมเซ็นเซอร์ Exmor RS 1/2.3 นิ้ว ใช้ Sony G Lens 25มม. พร้อมดัน ISO ได้สูงสุดที่ ISO12800 / กล้องหน้า 2.2MP ถ่ายวีดีโอได้สูงสุดที่ 1080p
  • ลำโพงคู่ S-FORCE Front Surround มาพร้อมกับชิป DSEE HX, i-Res Audio และระบบ Digital Noise Cancellation
  • แบตเตอรี่ขนาด 2,600 mAh
  • มาตราฐานกันน้ำกันฝุ่นที่ IP65/68 ทำให้สามารถดำน้ำได้ลึกขึ้นที่ 1.5 เมตร ได้นาน 30 นาที
  • น้ำหนัก 129 กรัม

 

Compare Z Series________________________________________________________________

หลายคนอาจจะสงสัยว่าเอะ แล้ว Xperia Z3 นี่มันต่างจาก Xperia Z2 เยอะไหม ใช้ Z2 อยู่จะเปลี่ยนดีหรือปล่าว เราลองไปชมการเปรียบเทียบที่จุดต่างๆกันครับ 😀

1_XperiaZ3Review_Size

ว่ากันด้วยขนาดความหนา Xperia Z3 จะมีขนาดบางกว่า Xperia Z2 อยู่ 0.8มม. ด้วยกัน ประกอบกับการดีไซน์เครื่องแบบโค้งมนทำให้จับได้ถนัดมือกว่า ในขณะที่ Xperia Z3 Compact นั้นมีความหนาที่ 8.6มม. เลยทีเดียวซึ่งก็ไม่ถือว่าหนามากเมื่อเทียบกับขนาดเครื่องที่เล็กกระทัดรัดจับถนัดมือ โดย Xperia Z3 มีน้ำหนักอยู่ที่ 153กรัม ในขณะที่ Xperia Z2 มีน้ำหนักอยู่ที่ 163กรัม แต่ Xperia Z3 Compact มีน้ำหนักแค่ 129กรัม!!! เท่านั้น

1_XperiaZ3Review_Lens

ด้านหลังตำแหน่งการวางเลนส์และ LED Flash

1_XperiaZ3Review_Front

ด้านหน้าของทั้ง 3 รุ่นซึ่งแอบเสียดายดีไซน์ลำโพงของ Xperia Z2 ที่ฝังไว้ตรงมุมและไฟ Notification ยาวในลำโพงที่โคตรสวย แต่เมื่อเทียบกับเสียงที่เพราะและดังขึ้นใน Xperia Z3 Series มันก็ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มล่ะนะ 😀

1_XperiaZ3Review_Notification

เปรียบเทียบตำแหน่งไฟ Notification ของ Xperia Z2 และ Xperia Z3

1_XperiaZ3Review_Side

มาดูด้านข้างเครื่องของ Xperia Z2 และ Xperia Z3 กันบ้างดีกว่า จุดนี้ขอบอกว่าแล้วแต่สไตล์แต่ละคนจริงๆครับ เพราะบางคนอาจชอบสไตล์มนๆเรียบๆแบบ Xperia Z3 แต่บางคนกลับชอบสไตล์เหลี่ยมนิดๆ กับแถบเงินยาวซึ่งก็ดูดีไปอีกแบบใน Xperia Z2 แล้วคุณล่ะชอบแบบไหนมากกว่ากัน ^^

1_XperiaZ3Review_Size1

1_XperiaZ3Review_Size2พอร์ตปิดและปุ่ม Power ทั้งสองดีไซน์

1_XperiaZ3Review_PortMag 1_XperiaZ3Review_Port1 รูเสียบหูฟังของทั้ง 2 รุ่นซึ่งบอกตามตรงผมชอบขอบอลูมิเนียมของ Xperia Z2 และ Xperia Z3 Compact มากกว่า >.<

 

Sound______________________________________________________________________________

1_XperiaZ3Review_Walkman

ด้านเสียงเพลง โซนี่ได้แก้ไขในลำโพง Stereo ให้มีเสียงดังใสขึ้น ไม่ดังอุดอู้แบบตอน Xperia Z2 พร้อมกับเพิ่มฟีเจอร์ Hi-Res Audio เข้ามาเพื่อเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลงที่ดียิ่งขึ้น ช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียง และเสียงลบกวนออกไป โดยอันนี้พอร์ตออกมาจาก Walkman เช่นเดียวกับฟังก์ชั่น Noise Cancelling ที่มีใน Xperia Z2 และมาพร้อมกับ Sony’s DSEE HX technology : ชิปถอดเสียงสัญญาณ Hi-End ของโซนี่ที่จะทำให้อรรถรสการฟังเพลงของคุณก้าวไปอีกระดับ โดยจะทำให้ไฟล์ในเครื่องคุณ ไม่ว่าจะเป็น MP3 หรือ AAC ที่มีความละเอียดของบิทเรตต่ำๆได้รับการปรับจูนให้มีความคมชัดของเสียงได้ดียิ่งขึ้น นอกนั้นยังมีฟังก์ชั่นเด็ดๆเช่นเคยไม่ว่าจะเป็น ClearAudio+ ที่จะช่วยบูทเสียงให้ดูมีพลังและมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

1_XperiaZ3Review_Walkman1

 

Display_____________________________________________________________________________

1_XperiaZ3Review_Sunlight

หน้าจอของ Xperia Z3 และ Xperia Z3 Compact ใช้เทคโนโลยีของ IPS Display ทำให้สีที่ออกมานั้นคมสมจริงและมุมมองที่กว้างไม่ต้องกลัวสีซีดเวลาเอียงจออีกต่อไป และมันต่างจาก Xperia Z2 ที่ใช้จอ IPS เหมือนกันยังไงล่ะ ไปดูกันครับ

1_XperiaZ3Review_Display1Xperia Z2 มีปัญหากับการใช้งานกลางแดดเป็นอย่างมาก เพราะความสว่างของจอเมื่อเร่งสุดแล้วถือว่ายังน้อยอยู่ ใน Xperia Z3 จึงได้มีการแก้ไขและเพิ่มความสว่างมากขึ้น โดยทั้ง 2 ปรับความสว่างที่ 90% เมื่อลองเทียบกันแล้ว Xperia Z3 จะสว่างกว่าอย่างเห็นได้ชัดและมีสีขาวที่ชัดเจนกว่า ในขณะที่ Xperia Z2 นั้นออกเป็นสีขาวหม่นๆ ส่วนด้านสีดำ Xperia Z3 สามารถให้สีดำที่ลึกได้มากกว่า ทำให้ปุ่ม Navigation ด้านล่างจอดูกลมกลืนไปกับตัวเครื่อง

1_XperiaZ3Review_Avenger

ด้านการดูคลิปต่างๆ Xperia Z3 สามารถแสดงสีได้จัดจ้านกว่า และดูสว่างกว่า ในขณะที่ Xperia Z2 ดูสีออกเข้มๆไม่สว่างมาก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเพราะ Xperia Z3 เมื่อปรับแสงจอลงไปก็จะได้ภาพที่สีเข้มไม่สว่างแบบ Xperia Z2 แล้ว เพราะความต่างของจอทั้ง 2 คือ Xperia Z3 มีความสว่างมากกว่า Xperia Z2 เท่านั้นเอง 😀

1_XperiaZ3Review_Displayด้านการใช้งานทั่วไปถ้าเราไม่มาโพกัสเรื่องสีจอมาก จะพบว่ามันแทบไม่ต่างกันเลยนะ 🙂

 

Waterproof_____________________________________________________________________________

1_XperiaZ3Review_Waterproof

เนื่องจากการออกแบบเครื่องให้มีจุกปิดพอร์ตที่ดูแน่นหนาและลึกขึ้นของ Xperia Z3 Series ทำให้มาตราฐานการกันน้ำกันฝุ่นไปอยู่ที่ IP65/68 ซึ่งทำให้โทรศัพท์เมื่อปิดพอร์ตต่างๆสมบูรณ์แล้วสามารถแช่ในน้ำจืดลึก 1.5 เมตรได้นานถึง 30 นาที แต่ก็ไม่แนะนำให้นำไปว่ายน้ำบ่อยๆนะ ฮ่าๆ และควรหลีกเลี่ยงน้ำที่เค็มหรือน้ำที่มีสารเจือปนต่างๆที่อาจจะทำลายยางซีลกันน้ำของเครื่องได้เหมือนเดิมนะครับ

1_XperiaZ3Review_Water 1_XperiaZ3Review_Glass

เป็นยังไงกันบ้างครับ กับการรีวิวในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่เพิ่งผ่านไป รู้สึกตังในกระเป๋ามันสั่นๆแล้วหรือยัง นี่ยังเป็นแค่การเรียกน้ำจิ้มเท่านั้น เพราะยังมีในส่วนของซอฟแวร์ที่มีการอัพเกรดมาไม่แพ้กัน ซึ่งมันมีอะไรใหม่ๆที่ต่างจากใน Xperia Z2 บ้าง จะดึงดูดพอให้วิ่งไปหิ้วกลับมาบ้านแทนเจ้าเครื่องเก่าได้หรือไม่ ติดตามชมเร็วๆนี้กับ Part 2 ครับ

 

__________________________________________________________________________________________________________________

yogue_xperia_1

yogue_xperia_2

yogue_xperia_3

yogue_xperia_4

yogue_xperia_5

yogue_xperia_6

yogue_xperia_7

yogue_xperia_8

yogue_xperia_9

yogue_xperia_10

ขอบคุณภาพสวยๆจาก

Facilmente FotoJ Studio

และพรีเซ็นเตอร์สุดสวย น้อง Yogue X’z ^_^

ขอบคุณที่ร่วมแสดงความรู้สึกของคุณต่อบทความนี้ อย่าลืมที่จะแชร์ให้คนอืนได้รู้ความรู้สึกนี้ .
บอกให้เรารู้ถึงความรู้สึกหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้
  • ประทับใจสุดๆ
  • ดีจังเลย
  • โกรธสุดๆ
  • เฉยๆ อ่ะ
  • รู้สึกหดหู่

Comments

comments

x Close

Facebook Fan Page