หลังจากที่สัปดาห์ที่ผ่านมามีภาพหลุดออกมามากมาย ในที่สุดเย็นวันนี้ Sony Mobile ก็ได้ประกาศเปิดตัว Xperia XZ3 เรือธงรุ่นใหม่สำหรับปลายปี 2018 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยในครั้งนี้พวกเขายังคงใช้ดีไซน์แบบ “Ambient Flow” เหมือนกับตระกูล Xperia XZ2 แต่มีการปรับปรุงดีไซน์เล็กน้อย

    Xperia XZ3 มาพร้อมดีไซน์ “Ambient Flow” วัสดุที่ใช้เป็นกระจก Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและหลัง หน้าตาโดยรวมยังคงคล้ายเดิม โดยด้านหลังมีความหลังเต่าลดลงจากการที่บริเวณตรงกลางแบนลงและเครื่องบางลง และด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอที่ขอบโค้งแบบ 3D ส่วนกรอบเครื่องยังคงเป็นอะลูมิเนียม และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือก็ยังคงอยู่ด้านหลังเกือบกึ่งกลางของตัวเครื่อง สำหรับรุ่นนี้จะมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Black, White Silver, Forest Green และ Bordeaux Red ซึ่งด้านหน้าจะเป็นสีดำทั้งหมด

    ไฮไลท์ในครั้งนี้ คือ Sony Mobile ได้เปลี่ยนมาใช้หน้าจอ pOLED เป็นครั้งแรก โดยมีอัตราส่วน 18:9 ขนาด 6.0 นิ้วที่มีความละเอียด QHD+ (2880 x 1440 พิกเซล) และรองรับ HDR 10-bit ซึ่งสามารถแสดงสีดำได้อย่างดำสนิทและ contrast สูงมากขึ้น โดยมาพร้อมฟีเจอร์ Always on Display แน่นอนว่ายังคงมาพร้อมเทคโนโลยี Triluminos Display for Mobile เอนจิ้นจัดการภาพ X-Reality for Mobile ที่สามารถแปลงภาพจาก SDR ให้เป็น HDR ได้ รวมถึงยังคงมีฟีเจอร์ Dynamic Contrast Enhancer เหมือนเดิม

    Sony Mobile ได้ใส่ระบบ AI ที่ชื่อว่า Xperia™ Side Sense เข้ามา คุณสามารถแตะ 2 ครั้งที่ขอบหน้าจอ แล้ว AI จะแสดงไอคอนแอปที่คาดว่าคุณจะเรียกใช้ออกมา เพื่อให้เปิดแอปที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว

    ในด้านประสิทธิภาพ Xperia XZ3 มาพร้อมชุดชิปประมวลผลแบบ 64-bit Octa-core ของ Qualcomm รุ่น Snapdragon 845 ซึ่งแรงยิ่งกว่าเดิม และ RAM ขนาด 4GB/6GB นอกจากนี้ยังรองรับ 5CA LTE, 4X4 MIMO ความเร็วดาวน์โหลดผ่าน LTE สูงสุด 1.2 Gbps หน่วยความจำภายในมีขนาด 64GB ทั้งรุ่น single-SIM และรุ่น dual-SIM โดยเป็นแบบ UFS ที่อ่านข้อมูลได้รวดเร็ว ช่องใส่ SIM ที่ 2 เป็นแบบ Hybrid รองรับ Nano SIM ผู้ที่ต้องการหน่วยความจำเพิ่ม สามารถใส่ Micro SD แบบ SDXC ความจุสูงสุด 2TB (ปัจจุบันมีจำหน่ายสูงสุด 512GB) ตัวเครื่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie และรองรับการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.0 และ NFC

    ตำแหน่งของปุ่มต่างๆจะยังคงอยู่ด้านขวาของตัวเครื่องเช่นเดิม ได้แก่ ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงที่อยู่ด้านบน ปุ่มพาวเวอร์แบบธรรมดา และปุ่มชัตเตอร์ที่จะขาดไปไม่ได้

    โมดูลกล้องของ Xperia XZ3 ยังคงเป็น Motion Eye ตัวเดียวกันกับ Xperia X2 กล่าวคือ เซ็นเซอร์ Exmor RS IMX400 ขนาด 1/2.3 นิ้ว ความละเอียด 19 ล้านพิกเซล ขนาดพิกเซลใหญ่ 1.22μm และยังคงมาพร้อมเลนส์ G มุมกว้าง 25 มม. f / 2.0 และเอนจิ้นประมวลผลภาพถ่าย BIONZ for Mobile เหมือนเช่นเคย มาพร้อมเทคโนโลยี Triple Image Sensing Technology (เซนเซอร์ถ่ายภาพที่มีระบบ Predictive Hybrid Autofocus + Laser Autofocus + เซนเซอร์ RGBC-IR สำหรับตรวจจับสี) รวมถึงเทคโนโลยี Predictive Capture, Autofocus burst (สามารถถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 100 ภาพ) และ Super-slow motion 960fps (HD/ Full HD)

    พวกเขาได้เพิ่มฟีเจอร์ Smart Launch เข้ามา เพียงแค่ผู้ใช้ยก Xperia XZ3 ขึ้นมาในท่าทางพร้อมถ่ายรูป แอปกล้องจะเปิดขึ้นมาโดยอัตโนมัติพร้อมให้ผู้ใช้กดถ่ายภาพได้ทันที โดยฟีเจอร์ Predictive Capture จะทำงานในทันทีเช่นกัน ทำให้ผู้ใช้ไม่พลาดช็อตสำคัญ

    ในด้านการถ่ายวิดีโอ ยังคงมาพร้อมฟีเจอร์การถ่ายวิดีโอ HDR ที่รองรับความละเอียดสูงสุดถึงระดับ 4K, ระบบป้องกันสั่น EIS 5 แกน SteadyShot with intelligent active mode เหมือนเช่นเคย

    ส่วนกล้องหน้าเป็นเลนส์มุมกว้าง 23 มม. เซ็นเซอร์ Exmor RS ขนาด 1/3.06 นิ้ว ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/1.9 ซึ่งรองรับระบบป้องกันภาพสั่นไหว SteadyShot with intelligent active mode เหมือนกับกล้องหลัง ในครั้งนี้พวกเขาได้เพิ่มฟีเจอร์ Portrait Selfie effects เข้ามา ซึ่งมีเอฟเฟกต์ 5 แบบให้เลือก ได้แก่ Bokeh, Soft skin, Skin brightness, Eye enlargement และ Slender face

    Xperia XZ3 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 3330mAh รองรับ Quick Charge 3.0 และยังคงมาพร้อมเทคโนโลยี Qnovo Adaptive Charging ที่จะช่วยจัดการพลังงานอย่างอัจฉริยะให้แบตเตอรี่เสื่อมช้าลง รองรับการชาร์จไร้สายตามมาตรฐาน Qi นอกจากนี้ตัวเครื่องมี STAMINA mode และมีโหมดถนอมแบตเตอรี่ Battery Care ตัวเครื่องใช้พอร์ต USB Type-C เวอร์ชั่น 3.1 Gen 1

    Xperia XZ3 ยังคงรองรับฟีเจอร์ Dynamic Vibration System ซึ่งจะทำการสั่นตามเสียงที่ตัวเครื่องกำลังเล่น เพื่อให้ได้อรรถรสในการรับชมภาพยนตร์หรือเล่นเกมมากยิ่งขึ้น (คล้ายกับการสั่นของ Dualshock บน PlayStation) ลูกเล่นต่างๆอย่าง 3D Creator และ PS4 Remote Play ก็ยังคงสามารถใช้งานได้เช่นเคย

    สำหรับด้านเสียงนั้น ยังคงมาพร้อมลำโพงหน้าคู่ S-Force ให้เสียงที่ดังและมีมิติ การฟังเพลงผ่านหูฟังมีสายจะต้องต่อ adapter ผ่านพอร์ต USB Type-C ที่แถมมา โดยตัวเครื่องยังคงรองรับไฟล์ High-Resolution Audio (LPCM, FLAC, ALAC, DSD) มีฟีเจอร์ DSEE HX ที่ช่วยอัพเกรดคุณภาพเสียงให้ดียิ่งขึ้น รองรับการเข้ารหัส LDAC และ aptX HD audio ที่ทำให้สามารถฟังเพลงผ่านหูฟังบลูทูธได้โดยไม่สูญเสียความละเอียด นอกจากนั้นก็ยังคงมีฟีเจอร์ Clear Audio+, Stereo recording และ Stereo Recording ที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้ว

    Xperia XZ3 หนา 9.9 มม. (บางกว่า XZ2 1.2 มม.) กว้าง 73 มม. และยาว 158 มม. ส่วนน้ำหนักนั้นอยู่ที่ 193 กรัม และกันน้ำตามมาตรฐาน IP65/68 เหมือนเคย สำหรับวันวางจำหน่าย Sony Mobile ระบุว่าจะเริ่มวางจำหน่ายภายในช่วงเดือนกันยายนนี้ในโซนยุโรป

สาวกอารยธรรมผู้คลั่งไคล้ทุกสรรพสิ่งที่ติดโลโก้ SONY.

ขอบคุณที่ร่วมแสดงความรู้สึกของคุณต่อบทความนี้ อย่าลืมที่จะแชร์ให้คนอืนได้รู้ความรู้สึกนี้ .
บอกให้เรารู้ถึงความรู้สึกหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้
  • ประทับใจสุดๆ
  • ดีจังเลย
  • โกรธสุดๆ
  • เฉยๆ อ่ะ
  • รู้สึกหดหู่