ภายในงาน IFA 2018 ที่เพิ่งผ่านไป Sony Mobile ได้เปิดตัว Xperia XZ3 สมาร์ทโฟนเรือธงสำหรับปลายปีนี้อย่างเป็นทางการแล้ว จากบทความก่อนหน้านี้ เพื่อนๆคงจะทราบกันดีแล้วถึงสเปคและฟีเจอร์หลักที่เป็นจุดขายของรุ่นนี้ ซึ่งภายในงานเปิดตัวที่ไต้หวันนั้น Mr. Yosuke Someya ผู้รับผิดชอบการออกแบบ UI ผลิตภัณฑ์และ Ms. Charlotta Franzen ผู้รับผิดชอบการออกแบบภายนอกจาก Sony Mobile ได้มาร่วมแบ่งปันข้อมูลเบื้องหลังเกี่ยวกับปรัชญาการออกแบบและรายละเอียดของเทคโนโลยีบน Xperia XZ3 ให้กับสื่อมวลชนไต้หวันที่ไปร่วมงานได้ทราบ

ดีไซน์ภายนอกที่ถูกปรับปรุง

    อันดับแรก ในส่วนของการออกแบบภายนอก Ms. Charlotta Franzen ได้กล่าวว่า แนวทางการออกแบบของ Xperia XZ3 มีการวิวัฒนาการขึ้นจากรุ่นก่อนๆ โดยทีมออกแบบของ Sony Mobile ได้โฟกัสไปที่รายละเอียดมากยิ่งกว่าเดิม ดังนั้นเมื่อคุณถือ Xperia XZ3 ไว้ในมือ ก็จะยิ่งสัมผัสถึงการ “อัปเกรด” ได้อย่างชัดเจน

▲ Charlotta Franzen

    คุณ Charlotta ระบุว่า การที่ Xperia XZ3 ได้นำหน้าจอ OLED มาใช้เป็นครั้งแรกนั้น เป็นสาเหตุที่ทำให้ Sony Mobile สามารถทำให้ตัวเครื่องบางลง และก็เป็นเพราะหน้าจอ OLED เช่นกันที่สามารถทำหน้าจอโค้งได้ ด้วยเหตุนี้ Sony Mobile จึงสามารถออกแบบสมาร์ทโฟนให้ใกล้เคียงกับการไร้ขอบข้างมากที่สุด แม้ว่า Xperia XZ3 จะมีขนาดที่แทบจะไม่แตกต่างจาก Xperia XZ2 แต่มันมาพร้อมหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ Xperia XZ3 ยังใช้อะลูมิเนียมซีรี่ย์ 7000 ซึ่งมันแข็งแรงกว่าอะลูมิเนียมที่เคยใช้ถึง 40% ดังนั้น Sony Mobile จึงสามารถดีไซน์ให้กรอบเครื่องมีความบางเบาลงได้

▲ ความกว้างและความยาวของ Xperia XZ3 แตกต่างจาก Xperia XZ2 เพียงนิดเดียว แต่สามารถติดตั้งหน้าจอที่มีขนาดใหญ่กว่าลงไปได้

▲ กรอบเครื่องที่เป็นโลหะของ Xperia XZ3 (ขวา) มีความแข็งแรงกว่า (และช่วยระบายความร้อนได้ดีกว่าอีกด้วย)

สีที่มีแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

    ในด้านการออกแบบสีของตัวเครื่อง คุณ Charlotta กล่าวว่าธีมในการออกแบบของ Sony Mobile ในปีนี้ก็คือ “Flow of Light” (การไหลเวียนของแสง) แต่บน Xperia XZ3 นั้น ปรัชญาการออกแบบของ Sony Mobile จะเน้นไปที่ “Inclusion of Light” (การผสมของแสง) โดยเขาได้อธิบายเพิ่มเติมว่า Sony Mobile ได้ทำงานอย่างหนักในการออกแบบ Xperia XZ3 พวกเขาได้ทำการเคลือบฝาหลังหลายๆชั้นเพื่อให้สีของตัวเครื่องมีความงดงาม ไม่ว่าจะอยู่ภายในที่ร่มหรือกลางแจ้ง แสงที่แตกต่างกันไปจะทำให้มองเห็นเป็นสีที่แตกต่างกัน ช่วยให้ผู้ใช้มีความรู้สึกที่ใกล้ชิดกับผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น

▲ ภายในงานมีการจัดวางชิ้นส่วนฝาหลัง 2 แผ่นให้ชมกัน จะเห็นได้ว่าจะต้องทำการเคลือบสีถึง 2-3 ชั้น ก่อนจะได้เป็นสีของตัวเครื่องที่สมบูรณ์

    Xperia XZ3 มีด้วยกันทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Black, White Silver, Forest Green และ Bordeaux Red ซึ่งล้วนมีแรงบันดาลใจมาจากปรากฏการณ์ต่างๆในธรรมชาติ เช่น สีดำมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืน สีเขียวมาจากสีผิวน้ำของทะเลสาบท่ามกลางป่าเขา สีแดงจากแสงสะท้อนจากหยดน้ำบนกลีบดอกไม้สีแดง

ยกระดับประสบการณ์การรับชมด้วยจอ OLED

    ต่อมา คุณ Someya ได้บรรยายถึงแนวคิดการออกแบบของเทคโนโลยีใหม่ๆบน Xperia XZ3 โดยเขาระบุว่า สมาร์ทโฟนทุกรุ่นที่ทาง Sony Mobile ปล่อยออกมาในปีนี้ล้วนใช้สโลแกนเดียวกัน คือ “Entertainment to the Extreme” กล่าวคือ มือถือจะมอบประสบการณ์ความบันเทิงจากการรับชม ฟัง และสัมผัสที่สมบูรณ์ให้กับผู้ใช้ ดังนั้นนอกจาก Sony Mobile จะได้ปรับปรุงให้ลำโพงมีความดังมากขึ้น 20% และยังคงใส่ฟีเจอร์ Dynamic Vibration System (ระบบสั่นตามสัญญาณเสียง) แล้ว พวกเขาจึงได้เลือกใส่หน้าจอ OLED เข้ามา เพื่อยกระดับประสบการณ์ในการรับชมภาพให้ดียิ่งกว่าเดิม

    คุณ Someya อธิบายว่า Sony เองก็มีเทคโนโลยีหน้าจอ OLED ที่ได้รับรางวัลอยู่ในมืออยู๋แล้ว คุณสมบัติอันโดดเด่นของ OLED ผสานเข้ากับระบบ HDR จะให้ภาพที่ดำสนิทและมี contrast สูงขึ้น ซึ่งเขาเน้นย้ำว่าการตั้งค่าของ Sony บนหน้าจอนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก

▲ Mr. Yosuke Someya

Side Sense:ฟีเจอร์ใหม่ที่ใส่ AI เข้ามา

    นอกจากนี้ ในขณะที่หน้าจอสมาร์ทโฟนใหญ่ขึ้นทุกวัน การจะแตะจุดต่างๆด้านบนสุดหรือด้านล่างสุดของหน้าจอก็ดูจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากไม่น้อย Sony Mobile จึงได้ใส่ฟีเจอร์ Side Sense เข้ามา ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถแตะบริเวณขอบจอข้างซ้ายหรือขวา 2 ครั้งเพื่อเรียกเมนูลัดสำหรับเปิดแอปต่างๆขึ้นมา โดยแอปที่แสดงขึ้นมาจะใช้ AI ในการคาดเดาว่าผู้ใช้มีโอกาสที่จะเรียกใช้แอปใดบ้าง ซึ่งคุณ Someya ระบุว่า เหล่าดีไซเนอร์ล้วนทำการบ้านมาหนักมากกว่าจะได้เป็นฟีเจอร์นี้

    เนื่องจากขณะที่ผู้ใช้ถือเครื่องภายในมือ จะมีหลายจุดที่สัมผัสกับขอบหน้าจอ และ Side Sense ก็ทำงานด้วยการสัมผัสขอบจอ ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดการเรียกใช้งานโดยไม่ตั้งใจ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องบังคับให้เครื่องทำการเรียนรู้ท่าการถือของผู้ใช้ก่อน เพื่อทำให้ Side Sense ไม่ทำงานเมื่อสัมผัสจุดที่สัมผัสเป็นประจำ

▲ Mr. Yosuke Someya ถือ Xperia XZ3 ในมือ ตรงแถบสีเขียวที่ขอบทั้ง 2 ข้างเป็นจุดที่นิ้วสัมผัสเป็นประจำ Side Sense จะไม่ทำงานตรงจุดนี้ (ในการใช้งานจริงจะไม่แสดงแถบสีเขียว) และพื้นที่นี้ก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามการจับเครื่องของผู้ใช้ในทุกๆครั้ง

    เมื่อแตะนิ้ว 2 ครั้งเพื่อเรียกใช้งาน Side Sense จะปรากฏไอคอนทั้งหมด 15 ไอคอนขึ้นมา โดย 3 บรรทัดแรกจะเป็น 8 แอปที่ AI คาดเดาว่าเราจะเรียกใช้ + App drawer บรรทัดที่ 4 เป็นการเมนูตั้งค่า 3 อันที่ AI คาดเดาว่าเราจะเรียกใช้ และบรรทัดสุดท้ายเป็น แถบการแจ้งเตือน, โหมดใช้งานมือเดียว และตั้งค่า ซึ่ง 3 ไอคอนนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง

    ระบบ AI ของ Xperia ทำการคาดเดาแอปที่ผู้ใช้น่าจะเรียกใช้ได้อย่างไร? ก่อนอื่นเลย มันจะทำการวิเคราะห์การใช้งานแอปของคุณตลอดช่วง 7 วันที่ผ่านมา วิเคราะห์ถึงเวลา วันที่ใช้งาน (วันจันทร์, วันอังคาร, …) ความถี่ในการใช้งาน และสถานที่ที่ใช้งานแอปต่างๆ เมื่อทำการประมวลผลข้อมูลเหล่านี้ โทรศัพท์ของคุณก็จะทราบได้ว่า “คุณชอบเล่น Facebook ในที่ทำงานช่วงตอนบ่าย 3” “คุณชอบฟัง Spotify ระหว่างทำงาน” ฯลฯ ดังนั้นเมื่อเวลาและสถานที่เหมาะสม Side Sense ก็จะแนะนำแอปเหล่านี้ให้แก่ผู้ใช้

▲ AI บน Side Sense ช่วยแนะนำแอปให้กับผู้ใช้

▲ Side Sense ใช้ algorithm ในการคำนวณเพื่อคาดเดาการใช้งานแอป หลักๆแล้ววิเคราะห์จากเวลา ตำแหน่ง และความถี่ของผู้ใช้ในการใช้งานแต่ละแอป

กล้องก็มีการเสริม AI เข้ามาเช่นกัน

    ในส่วนของกล้องถ่ายภาพนั้น คุณ Someya เน้นย้ำว่า ในด้านฮาร์ดแวร์ Xperia XZ3 กับ Xperia XZ2 มีความคล้ายคลึงกัน แต่ในส่วนของซอฟต์แวร์นั้นมีการปรับปรุงไปอีกขั้น โดยเขาได้ยกตัวอย่าง ภาพถ่ายดอกไม้ในพุ่มที่มีใบไม้สีเขียวเยอะ Xperia XZ2 จะทำการปรับให้สีเขียวสว่างขึ้นจนทำให้ตัวดอกไม้ overexpose (ดอกไม้สว่างจนสูญเสียรายละเอียด) และการถ่ายสิ่งก็สร้างย้อนแสงในวันที่มีเมฆมาก Xperia XZ2 ก็จะพยายามลดแสงเพื่อให้เห็นท้องฟ้าสีน้ำเงินจนตัวสิ่งก็สร้างถูก underexpose (มืดเกินไป)

    แต่บน Xperia XZ3 นั้น Sony Mobile ได้เสริมเทคโนโลยี Deep Learning ของ AI เข้ามา ตัวกล้องสามารถทราบถึงใบไม้สีเขียวและท้องฟ้าที่มีเมฆมากในภาพ และทำการชดเชยแสงตามสถานการณ์ ดังนั้นภาพที่ได้ก็จะมีความสวยงามและคุณภาพสูงกว่า

▲ Xperia XZ3 มี AI ช่วยวิเคราะห์ ทำให้ได้ภาพถ่ายที่คุณภาพสูงกว่า

    ทำไม Xperia XZ3 ถึงไม่มาพร้อมกล้องคู่? คุณ Someya อธิบายว่า ในการใช้งานปกติ เซ็นเซอร์ Exmor RS บน Xperia XZ3 ก็สามารถทำงานได้ดีแล้ว Sony Mobile เชื่อว่า หากมองในมุมของผู้บริโภค กล้องเดี่ยวก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว แต่สำหรับสถานการณ์ที่ไม่ปกติซึ่งจำเป็นต้องใช้พลังของกล้องคู่เข้ามาช่วย Sony Mobile ก็ได้สร้าง Xperia XZ2 Premium ออกมาแล้ว พวกเขาก็ต้องการให้มีความแตกต่างระหว่างผลิตภัณฑ์ และเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะกล้องเดี่ยวหรือกล้องคู่ สมาร์ทโฟนของ Sony Mobile ต่างก็สามารถมอบภาพถ่ายคุณภาพสูงแก่ผู้ใช้

ที่มา: ePrice

ขอบคุณที่ร่วมแสดงความรู้สึกของคุณต่อบทความนี้ อย่าลืมที่จะแชร์ให้คนอืนได้รู้ความรู้สึกนี้ .
บอกให้เรารู้ถึงความรู้สึกหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้
  • ประทับใจสุดๆ
  • ดีจังเลย
  • โกรธสุดๆ
  • เฉยๆ อ่ะ
  • รู้สึกหดหู่

สาวกอารยธรรมผู้คลั่งไคล้ทุกสรรพสิ่งที่ติดโลโก้ SONY.