หากมองสเปคแต่ละด้านของ Xperia XZ2 Premium ก็จะพบว่ามันคือที่สุดของ Xperia ในทุกๆด้าน และหากจะพูดถึงฟีเจอร์เด่นที่เป็นจุดขายของรุ่นนี้ล่ะก็ ก็คงจะหนีไม่พ้นการถ่ายวิดีโอด้วย ISO สูง (ความไวต่อแสงสูง), ชิปประมวลผลภาพที่ชื่อว่า “AUBE“, การถ่ายวิดีโอ 4K HDR และหน้าจอ 4K HDR

     เมื่อวานนี้ Sony Mobile ไต้หวันได้จัดงานเปิดตัว Xperia XZ2 Premium อย่างเป็นทางการ โดยได้มีการจัดแสดงตัวผลิตภัณฑ์ ให้สื่อมวลชนลองเล่นเครื่องทดสอบ แม้ยังไม่มีการประกาศราคาและวันวางจำหน่ายที่แน่ชัด แต่ก็มีการกล่าวว่าจะวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้

    Mobile01 เว็บไซต์ข่าวโทรศัพท์มือถือชื่อดังของไต้หวัน ได้พาทุกคนไปชมจุดเด่นต่างๆของ Xperia XZ2 Premium ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบ กล้อง หน้าจอ (HDR) ฯลฯ

▌การออกแบบและรูปลักษณ์ภายนอก

    ที่จริงแล้ว การออกแบบของ Xperia XZ2 Premium ก็ยังคงใช้ดีไซน์ Ambient Flow แบบ Xperia XZ2 ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะมันเป็นแนวทางการออกแบบของปีนี้ ด้านหลังมีความโค้งนูนขึ้นตั้งแต่ขอบเข้าหาจุดกึ่งกลาง โดยมีโมดูลกล้อง และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ตรงกลาง และเลือกใช้กระจกทั้งด้านหน้าและหลัง ดั้งนั้นข้อดีข้อเสียต่างๆของดีไซน์แบบนี้ ทุกคนที่ได้ลองจับ Xperia XZ2 ตัวจริง ก็คงจะรู้กันดีอยู่แล้ว เราจะไม่พูดถึงมันซ้ำ สำหรับสีของตัวเครื่อง รุ่นนี้มีเพียง 2 สี ได้แก่ Chrome Black และ Chrome Silver

    Xperia XZ2 Premium มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2160 x 3840 พิกเซล หรือ 4K อัตราส่วน 16:9 และรองรับการแสดงผลแบบ HDR โดยสัดส่วนตัวเครื่อง คือ 158 x 80 x 11.9 มม. ตัวเครื่องจะดูสั้นหน่อย เพราะขอบบน-ล่างสั้นลงกว่า Xperia XZ Premium และยังคงมีลำโพงคู่ด้านหน้า ซึ่งให้อรรถรสที่ดีมากในการดูคลิปต่างๆ แต่จุดที่หลายคนกังวลอาจจะเป็นเรื่องความหนาและน้ำหนัก

 

▌กล้องที่ไวต่อแสงและรองรับการถ่าย 4K HDR

    จุดที่โดดเด่นของกล้อง Xperia XZ2 Premium ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือ เป็น Xperia รุ่นแรกที่มาพร้อมโมดูลกล้องคู่ ซึ่งเรียกว่า “Motion Eye Dual” โดยกล้องตัวแรกเป็นกล้องเก็บภาพสีความละเอียด 19.2 ล้านพิกเซล (ตัวล่าง) ส่วนกล้องตัวที่ 2 เป็นกล้องเก็บภาพขาวดำความละเอียด 12.2 ล้านพิกเซล (ตัวบน) ส่วนกล้องหน้าที่ให้มา เขาว่า ดีกว่า Xperia XZ2 มากกก~

กล้องคู่ของ Xperia XZ2 Premium ต่างก็ใช้เซ็นเซอร์ Exmor RS และเลนส์ G ทั้งคู่

  • กล้องหลัก: กล้องจับภาพสี ความละเอียด 19.2 ล้านพิกเซล ขนาด 1/2.3 นิ้ว ขนาดพิกเซล 1.22μm และมี DRAM เหมือนกับ Xperia XZ2 แต่จุดที่แตกต่างคือ ค่ารูรับแสงอยู่ที่ f 1.8
  • กล้องรอง: กล้องจับภาพขาวดำ ความละเอียด 12.2 ล้านพิกเซล ขนาด 1/2.3 นิ้วเช่นกัน แต่ขนาดพิกเซลใหญ่ถึง 1.55μm และค่ารูรับแสงอยู่ที่ f 1.6 จะเห็นได้ว่ามันถูกออกแบบมาสำหรับรับแสงโดยเฉพาะ

    กล้องคู่ที่มาใหม่นี้ ทำให้ Xperia XZ2 Premium รองรับการถ่ายภาพ/วิดีโอด้วย ISO สูง การถ่ายขาว-ดำ และการถ่ายละลายฉากหลังแบบใหม่ ทว่า 2 ฟีเจอร์หลังที่ได้กล่าวมา ยังไม่มีให้ลองเล่นในเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นปัจจุบัน คาดว่าทาง Sony Mobile จะปล่อยอัปเดตใหม่ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ดังนั้น 2 โหมดถ่ายภาพดังกล่าวจึงยังไม่สามารถนำมาให้ชมได้

    Sony กล่าวว่าพวกเขาพยายามจะก้าวข้ามขีดจำกัดของสมาร์ทโฟน ด้วยการใส่โมดูลกล้องคู่ที่ใช้เทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นเอง ซึ่งก็คือการถ่ายภาพและวิดีโอด้วย ISO สูง และการถ่ายวิดีโอ 4K HDR (ซึ่งสามารถดูผ่านหน้าจอ 4K HDR ของตัวเครื่องได้เลย)

    ส่วนฟีเจอร์อื่นๆที่ Xperia รุ่นก่อนๆทำได้อยู่แล้ว เช่น Super-slow motion 960 fps แบบ full HD, Predictive Capture, Autofocus Burst, 0.6 seconds quick launch, ระบบป้องกันสั่น 5 แกน, AR Effect ฯลฯ ก็ยังคงมีอยู่

    สมาร์ทโฟนสมัยนี้ต่างก็นิยมโฆษณาว่าเอา AI มาตรวจจับแยกแยะ scene ต่างๆ เพื่อเลือกใช้การตั้งค่าที่ดีที่สุด ถึงแม้ Xperia XZ2 Premium จะไม่ได้โฆษณาว่ามีการนำ AI ใส่ลงไป แต่ระบบการแยกแยะ scene ต่างๆนั้น ก็เป็นความสามารถอย่างหนึ่งของกล้อง Xperia มาโดยตลอด

    ณ ปัจจุบัน Xperia สามารถแยกแยะทั้งหมด 13 scene และ 4 action จึงสามารถผสมการตั้งค่ากล้องออกมาได้ 52 แบบสำหรับการถ่ายภาพต่างๆ เพียงแค่ว่าไม่สามารถแยกแยะวัตถุในภาพได้หลากหลายเหมือนกับ AI และไม่สามารถเห็นผลลัพธ์ภาพถ่ายแบบ real-time ตั้งแต่ก่อนกดชัตเตอร์

 

▌ทดสอบการถ่ายภาพและวิดีโอด้วย ISO สูง

    การถ่ายด้วย ISO (ความไวแสง) สูง คือ จุดขายหลักของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เลย โดยค่า ISO สามารถดันได้สูงระดับกล้อง Mirrorless หรือสูงกว่าการมองเห็นด้วยตาของมนุษย์เสียอีก

    การถ่ายภาพนิ่งสามารถดัน ISO ได้สูงสุด 51200 ส่วนวิดีโอสามารถดันได้สูงสุด 12800 ซึ่งทุกวันนี้การถ่ายวิดีโอนั้นเป็นฟีเจอร์ที่คนใช้กันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ถ้าสมาร์ทโฟนสามารถถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงในที่แสงน้อยได้ ย่อมเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากๆ

    แน่นอนว่าชูฟีเจอร์มาขนาดนี้ มุมทดสอบในงานย่อมเป็นห้องที่มืดแทบจะสนิท โดยมีเพียงไฟดวงเล็กๆเพียงดวงเดียว ซึ่งทางผู้เขียนระบุว่า เขามองด้วยตาแทบไม่เห็นว่านางแบบหน้าตาเป็นอย่างไร ซึ่งเขาได้พก Xperia XZ2, Huawei P20 Pro และ Samsung Galaxy S9+ มาร่วมทดสอบด้วย มาดูกันว่า Xperia XZ2 Premium จะทำได้ดีแค่ไหน โดยจะเริ่มต้นด้วยการดูภาพจากในจอก่อน

▲ ถ่ายวิดีโอเทียบกับ Xperia XZ2

▲ ถ่ายวิดีโอเทียบกับ Galaxy S9+

▲ ถ่ายวิดีโอเทียบกับ P20 Pro

▲ เทียบกับโหมดภาพถ่ายกลางคืนของ P20 Pro

    จะเห็นว่า โหมดวิดีโอของ Huawei P20 Pro จะไม่ได้ถูกออกแบบให้ถ่ายในที่แสงมืด นี่คือจุดที่น่าเสียดาย และขณะเดียวกันก็เป็นจุดแข็งของ Xperia XZ2 Premium

    แต่ที่จริงแล้ว การถ่ายภาพในที่แสงน้อยของสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนั้นมีการพึ่งพาซอฟต์แวร์ในการประมวลผลเป็นอย่างมาก ดังนั้นดูจากหน้าจออาจจะไม่สามารถบ่งบอกอะไรได้มาก ดังนั้นพวกเราไปดูไฟล์ที่ถ่ายออกมาได้กันเลยดีกว่า แน่นอนว่าจะต้องเอา Samsung Galaxy S9+ และ Huawei P20 Pro ออกมาเทียบด้วย โดย Galaxy S9+ ได้มีการปรับค่ารูรับแสงเป็น 1.4 ส่วน P20 Pro จะใช้โหมดถ่ายภาพกลางคืนอันเลื่องชื่อ (ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล) ต้องบอกก่อนว่า Xperia XZ2 Premium ที่กล้องหลักความละเอียด 19 ล้านพิกเซลนั้น เวลาใช้ ISO สูง ความละเอียดสูงสุดที่ใช้ได้จะอยู่ที่ 17 ล้านพิกเซล (*สามารถแตะที่รูปเพื่อดูไฟล์ภาพเต็มขนาด)

▲ ซ้าย: XZ2P – ISO2500 f/1.8 1/8s ขวา: Huawei P20 Pro – ISO3200 f/1.8 5s

▲ S9+:ISO1000 f/1.5 1/4s

ความเห็นของ Mobile01: ภาพถ่ายทั้ง 3 ใบนี้ สามารถแสดงให้เห็นถึงสไตล์การปรับแต่งภาพที่แตกต่างกันออกไปของทั้ง 3 ค่าย โดยถ้าดูความสว่างก็จะเห็นว่าทั้ง 3 รุ่นนั้นถ่ายได้ความสว่างพอๆกัน และก็ไม่ได้รู้สึกว่ามี noise มากมายแต่อย่างใด แต่ระบบ noise reduction ของ P20 Pro ได้ทำการเกลี่ยสีที่เป็นเม็ดๆ ทำให้เมื่อซูมเข้าไปจะดูไม่คมเท่าไหร่ ส่วน Xperia XZ2 Premium จะเก็บลักษณะที่เป็นเม็ดๆไว้ ทำให้ภาพดูมีมิติมากกว่า สำหรับ Galaxy S9+ จะค่อนข้างสมดุล มีความสว่าง และภาพค่อนข้างคม แต่ความคมและมิติก็ยังไม่ดีเท่า Xperia XZ2 Premium

    ภาพข้างบนเหล่านั้น ยังไม่ได้ใช้ความสามารถในการถ่ายด้วย ISO 51200 เลย ต่อไปเราจะมาถ่ายภาพด้วย ISO 51200 ภายในกล่องที่มืดสนิท เพื่อนๆลองดูตัวอย่างภาพที่ได้จากข้างล่างนี้ โดยในครั้งนี้ก็ยังคงเอาภาพจากโหมดกลางคืนของ P20 Pro มาเทียบด้วยเช่นกัน ดัน ISO 51200 แต่ยังได้ภาพที่มีรายละเอียดค่อนข้างดี ก็ถือว่าร้ายไม่เบา แต่รายละเอียดที่ได้ก็ยังสู้เทคโนโลยีการถ่ายลาก shutter speed 6 วินาทีของ P20 Pro ไม่ได้

XZ2P: ISO51200 f/1.8 1/16s (แตะเพื่อดูไฟล์เต็ม)

▲ P20 Pro:ISO3200 f/1.8 6s (แตะเพื่อดูไฟล์เต็ม)

 

แล้วการถ่ายวิดีโอล่ะ?

    สมาร์ทโฟนอีก 2 รุ่นที่นำมาเทียบ ไม่ได้มีฟีเจอร์พิเศษสำหรับการถ่ายวิดีโอในที่แสงน้อย ดังนั้น Xperia XZ2 Premium ย่อมได้เปรียบในการถ่ายวิดีโอในที่มืด ซึ่งการถ่ายวิดีโอด้วย ISO สูง จะปรับความละเอียดสูงสุดได้ที่ Full HD 1080p

▲ คลิปวิดีโอในที่แสงน้อยของ XZ2P

▲ คลิปวิดีโอในที่แสงน้อยของ P20 Pro

▲ คลิปวิดีโอในที่แสงน้อยของ Galaxy S9+

    ใช่แล้ว การถ่ายวิดีโอในที่แสงน้อย (1080p/ 30fps) กล้องทั้ง 2 ตัวจะทำงานพร้อมกัน จากนั้นชิป AUBE จะทำการรวมภาพและลด noise เพื่อคืนคุณภาพ หรือก็คือใช้กล้องตัวที่ 2 เพื่อยกระดับคุณภาพของวิดีโอ ซึ่งนี่เป็นฟีเจอร์ที่สมาร์ทโฟนกล้องคู่ยี่ห้ออื่นยังไม่มี

▌การถ่ายด้วย ISO สูง เป็นอานิสงส์จากกล้องคู่และชิป AUBE

    ในงาน MWC 2018 ที่ผ่านมา คุณ Tomokazu Tajima หัวหน้าฝ่ายการวางแผนผลิตภัณฑ์ของ Sony Mobile ได้กล่าวไว้ว่า สมาร์ทโฟน Xperia ในปัจจุบันสามารถถ่ายภาพนิ่งด้วย ISO 12800 เมื่อทีมพัฒนาต้องการจะเพิ่มขีดจำกัดของ ISO และเพิ่มคุณภาพการถ่ายภาพกลางคืน ก็พบว่าจะต้องใช้เซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจึงจะเป็นไปได้ แต่เนื่องจากพื้นที่ของสมาร์ทโฟนมีจำกัด จึงเป็นเรื่องยากที่จะใส่เซ็นเซอร์เดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ลงไป แต่กล้องคู่นั้นสามารถแก้ปัญหาทั้งเรื่องพื้นที่และการดัน ISO สูงได้ ดังนั้น Sony จึงเลือกที่จะใช้กล้องคู่ และใช้ความสามารถในการถ่ายด้วย ISO สูงมาเป็นจุดขายที่แตกต่างกับแบรนด์อื่นๆ

ดูเหมือนว่าการถ่ายด้วย ISO สูงนั้นจำเป็นต้องพึ่งพากล้องคู่เท่านั้น เพราะอะไรกันนะ?

    ในงานเปิดตัวเมื่อวานนี้ ไม่ได้มีนักพัฒนามาร่วมงานด้วย จึงไม่อาจทราบข้อมูลเชิงลึกเบื้องหลังของเทคโนโลยีนี้ แต่ Sony ก็มีภาพอธิบายอยู่บนเว็บไซต์ทางการของพวกเขา ซึ่งดูแล้วน่าจะเกี่ยวข้องกับชิปประมวลผลภาพ “AUBE” ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่นั่นเอง (อ่านว่า โอ๊บ)

    ในภาพนั้นชี้ว่า AUBE จะนำสัญญาณภาพที่กล้องทั้ง 2 ตัวจับได้มารวมกันในทันที ทำให้ได้ภาพในที่มี noise ต่ำทั้งในที่สว่างและที่แสงน้อย เพราะใช้กล้องที่จับภาพสีและภาพขาว-ดำถ่ายพร้อมกัน ทำให้ได้สัญญาณภาพที่เยอะกว่ากล้องเดี่ยว แล้วชิป AUBE ก็จะทำการประมวลผลให้ได้ภาพที่คมชัดและสะอาด

▲ หน้าตาของชิปประมวลผลภาพ AUBE

▲ ภาพกราฟิกอธิบายการทำงานของกล้อง Motion Eye Dual

    เรือธง Xperia รุ่นผ่านมาๆใช้ซอฟต์แวร์ “BIONZ for mobile” มาจัดการประมวลผลภาพ การเพิ่มฮาร์ดแวร์สำหรับประมวลผลภาพถ่ายโดยเฉพาะเข้ามา ย่อมช่วยให้สามารถประมวลผลได้ซับซ้อนขึ้น รวมไปถึงการรวมภาพวิดีโอจากเซ็นเซอร์ 2 ตัวพร้อมๆกัน

    ทว่า AUBE ก็ไม่ได้ทำการรวมสัญญาณภาพตลอดเวลา มันจะทำงานก็ต่อเมื่อตรวจพบว่าสภาพแสงต่ำ แล้วจึงเปิดใช้รูปแบบการถ่ายด้วย ISO สูงโดยอัตโนมัติ ซึ่งทางเว็บไซต์ก็ได้เชิญผู้จัดการผลิตภัณฑ์มาช่วยอธิบายการทำงานของมันด้วย

▲ ในโหมด Superior Auto ไม่ว่าจะถ่ายภาพหรือว่าวิดีโอ ภายใต้แสงปกติ กล้องจะทำงานพร้อมกันทั้ง 2 ตัว แต่เมื่อตรวจพบว่าแสงน้อย ก็จะเข้าสู่รูปแบบการถ่ายด้วย ISO สูงโดยอัตโนมัติ และ AUBE ก็จะเริ่มทำงาน

    สำหรับโหมด Manual เราจะสามารถเลือกด้วยตัวเองได้ว่าจะเปิดใช้งานกล้องตัวที่ 2 หรือไม่ ถ้าหากใช้งานกล้องภาพสีเพียงตัวเดียว ก็จะสามารถปรับ ISO ได้สูงสุดเพียง 12800 ดังนั้นหากพบว่าแสงเริ่มไม่พอ ให้เปิดใช้งานกล้องตัวที่ 2 ด้วย แล้วจะสามารถดัน ISO ได้สูงถึง 51200 และ 12800 สำหรับการถ่ายวิดีโอ

    ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ได้บอกกับทาง Mobile01 ว่า กล้องทั้ง 2 ตัวมีตำแหน่งที่แตกต่างกันอยู่ ดังนั้นเมื่อ AUBE ทำการรวมภาพ มันจะต้องรวมโดยการวางทุกพิกเซลให้ตรงกัน การถ่ายภาพนิ่งยังไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อถ่ายวิดีโอนั้น กล้องแต่ละตัวจะบันทึก 30 ภาพต่อวินาที แล้วชิป AUBE จะต้องทำการลด noise และเพิ่มคุณภาพในเวลาเดียวกัน นี่แหละคือจุดที่น่าทึ่งของเทคโนโลยีนี้

    ทว่าการถ่ายภาพในที่แสงน้อยนั้นมักมีปัญหามือสั่นภาพวืดได้ง่าย และ Xperia XZ2 Premium ก็ยังไม่มีการใส่ OIS เข้ามา แต่ในเอกสารที่ทางบริษัทให้มา มีระบุว่า BIONZ for Mobile ได้มีการอัพเดท algorithm และได้เพิ่มการประมวลผลสำหรับป้องกันมือสั่นเข้าไป ทว่าประเด็นนี้คงต้องไว้รอถามทาง Sony Mobile อีกที

 

▌กล้องหน้ายังคงมีระบบกันสั่น 5 แกน

    กล้องหน้าของ Xperia XZ2 Premium ก็ยังคงมีตัวเลือก SteadyShot with Intelligent Active หรือระบบกันสั่น EIS 5 แกนเหมือนเช่นเคย แม้ว่าจะเป็นการกันสั่นด้วยซอฟต์แวร์ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าดีมากๆ ยิ่งถ้าใครชอบเดินถ่ายข้างนอก น่าจะได้วิดีโอที่ดูดีเลยล่ะ

▌หน้าจอ 4K HDR ที่ถูกปรับปรุงให้ดียิ่งกว่าเดิม

    ถึงแม้ว่าผู้ผลิตรายอื่นๆจะไม่ได้กระโดดมาใช้หน้าจอ 4K แต่เนื่องจาก Sony ผลักดันจุดขายได้ความบันเทิง ก็ย่อมต้องเน้นด้านความละเอียดของหน้าจอด้วย Xperia XZ2 Premium รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K HDR และหน้าจอของมันก็รองรับการเล่นไฟล์ 4K HDR ด้วย ทำให้มันเป็นสมาร์ทโฟนที่ทำได้ทั้งเล่นและสร้างคอนเทนต์ที่เป็น HDR บนเครื่องเดียวกัน และนี่ก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่สำคัญของ Xperia XZ2 Premium

    สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ หน้าจอของรุ่นใหม่นี้สว่างกว่าเดิมถึง 30% ทำให้ปัญหาการใช้งานกลางแดดแล้วมองลำบากของรุ่นที่แล้วหมดไป ซึ่งนี่เป็นอานิสงส์จากการใช้แผงหน้าจอ LCD ที่มีโครงสร้างพิกเซลแบบ RGBW หรือมีพิกเซลย่อยสีขาวเพิ่มเข้ามา และมันยังช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นอีกด้วย (เทคโนโลยีนี้เคยใช้บน Xperia P ที่เรียกว่า White Magic)

    เทคโนโลยี X-Reality for Mobile นอกจากจะช่วยอัพสเกลความละเอียดของสัญญาณภาพที่แสดงบนหน้าจอให้เทียบเท่า 4K แล้ว มันยังช่วยอัพเกรดจาก SDR ให้ใกล้เคียง HDR อีกด้วย เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดและมีความลึกของสีสันมากยิ่งกว่าเดิม หากคุณใช้ Netflix ด้วยล่ะก็ รุ่นนี้ก็รองรับ HDR บน Netflix ด้วยล่ะ

▲ ซ้าย: XZ1 ขวา: XZ2P

    นอกจากนี้ ลำโพงคู่ด้านหน้าของ Xperia XZ2 Premium ยังมีความดังมากกว่ารุ่นก่อนๆถึง 30% อีกด้วย

    รูปและวิดีโอจากกล้องของ Xperia XZ2 Premium ที่นำมาให้ดูในวันนี้ ทาง Sony Mobile ระบุว่านี่ยังไม่ใช่เฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นสมบูรณ์ที่พร้อมสำหรับวางจำหน่าย ดังนั้นจึงเอาไว้ดูคร่าวๆก่อนแล้วกัน ซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อตอนที่วางจำหน่ายจริงมันจะแตกต่างจากปัจจุบันเพียงใด

ที่มา: Mobile01

สาวกอารยธรรมผู้คลั่งไคล้ทุกสรรพสิ่งที่ติดโลโก้ SONY.

ขอบคุณที่ร่วมแสดงความรู้สึกของคุณต่อบทความนี้ อย่าลืมที่จะแชร์ให้คนอืนได้รู้ความรู้สึกนี้ .
บอกให้เรารู้ถึงความรู้สึกหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้
  • ประทับใจสุดๆ
  • ดีจังเลย
  • โกรธสุดๆ
  • เฉยๆ อ่ะ
  • รู้สึกหดหู่