Review : Xperia Z2

Review : Xperia Z2

headxz2
ก็เปิดตัวในไทยเป็นที่เรียบร้อยกับสมาร์ทโฟนเรือธงต้นปี 2014 อย่างเจ้า Xperia Z2 ซึ่งก็ได้วางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยในงาน Thailand Mobile Expo 2014 ที่ผ่านมา เเม้ว่าเครื่องที่เข้ามานั้นจะไม่มากนัก(หมดก่อนวันท้าย >_<) สำหรับใครที่พลาดเครื่องในงานหรือกำลังลังเลว่าจะสอย Xperia Z2 ตัวนี้ดีไหม ลองไปชมฟีเจอร์ต่างๆ เเละฟังก์ชั่นใหม่ๆที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้กันดีกว่าครับ

unbox
คราวนี้ลองมา Unboxing กล่องศูนย์ไทยกันดูในกล่องกันว่าจะมีอะไรแถมมาให้เล่นกันบ้าง ก็จะเป็นเซตเเถมทั่วไปนะครับ ไร้วี่เเววแท่นชาร์จ เเละหูฟัง Noise Cancelling :'( โดยอุปกรณ์ที่แถมมาให้ในกล่องจะมีดังนี้
1.หัวชาร์จเป็นรุ่น EP880 มี Output ที่ 5V DC 1500mA   2.สาย Usb to micro usb
3.หูฟัง Earbud รุ่น MH410c  4.คู่มือการใช้งาน

IMG_9325
ตัวเครื่องโดนรวมยังคงดีไซน์ Omnibalance ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Xperia Z Series ได้เป็นอย่างดี โดยมาพร้อมกับขนาด 146.8 x 73.3 หนา 8.2 mm (Xperia Z1 หนา 8.5mm) มาพร้อมกับลำโพงคู่บน-ล่างซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยี S-Force Front Surround ซึ่งจะให้เสียงที่ได้มีมิติมากขึ้น(ดูหนังมันขึ้น)  ขอบของตัวเครื่องยังคงเป็นอลูมิเนียมแบบ Xperia Z1 เเต่เปลี่ยนตรงเเถบของเป็นอลูมิเนียมสีเงินเเทนที่จะกลืนไปกับตัวเครื่องแบบ Xperia Z1 ซึ่งตรงนี้ผมว่าเมื่อมองด้านข้างเเล้วมันสวยมาก เเละอีกปัญหาขอบนูนของ Xperia Z1 ที่ตรงขอบเครื่องจะมีพลาสติกแข็งนูนออกมาซึ่งจุดนั้นเมื่อทำร่วงจะเเตกง่ายมาก ใน Xperia Z2 ดีไซน์ให้จอเรียบไปกับตัวเครื่องถึงขอบไม่มีอะไรนูนมาให้กวนใจกันเเล้ว 😀

IMG_9329
ด้านข้างตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยปุ่มชัตเตอร์กล้อง โดยสามารถกดค้างในขณะล็อคหน้าจอเพื่อเข้าใช้งานกล่องได้อย่างรวดเร็ว ถัดมาเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ถัดมาเป็นปุ่ม Power เเละช่องใส่ Micro SD Card สามารถใส่เมมได้สูงสุด 128GB

IMG_9335
ด้านบนของตัวเครื่องจะเป็นแจ็คหูฟัง 3.5 mm ไมค์สำหรับตัดเสียงลบกวนเเละ บริเวณลำโพงด้านบนจะเป็นไฟ Notification ซึ่งถูกปรับปรุงจาก Xperia Z1 ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นมองเห็นไกลๆได้เด่นชัด

IMG_9345
ด้านหน้าจะเป็นโลโก้โซนี่ ลำโพงด้านบน+ไฟ Notification กล้องหน้าขนาด 2.2 ล้านพิกเซลรองรับการบันทึกวีดีโอที่ 1080p เเละด้านซ้ายของโลโก้จะเป็น Proximity Sensor

IMG_9338
ด้านข้างอีกฝั่งจะเป็นพอร์ต micro usb และช่องใส่ซิมการ์ด ถัดมาเป็นช่องชาร์จ Magnetic

IMG_9347
เมื่อเปิดพอร์ตออกมาก็จะพบกับช่องเสียบ Micro USB ถัดมาเป็นช่องใส่ Micro SIM โดยจะมีปุ่มแดงเล็กๆอยู่ด้วยไว้ Restart เวลาเครื่องค้าง โดยพอร์ตได้ออกเเบบเป็นเเบบพอร์ตปิดยาวไม่แยกกันปิดแบบ Xperia Z1 แล้ว

IMG_9328
ด้านล่างจะเป็นลำโพงตัวที่ 2 ตรงแถบเงิน 3 จุดนั้นคือรูไมค์โครโฟน(ตอนเปิดตัวทีเเรกผมนึกว่ามันจะเกี่ยวกับพวก Wireless charging ด้วยซ้ำ >.<) ส่วนด้านซ้ายนั้นคือรูสำหรับสายคล้องมือถือ

IMG_9356
ด้านหลังเป็นกระจกคล้ายกับ Xperia Z1 โดยตำแหน่งกล้องจะอยู่บนซ้ายและ LED Flash จะย้ายมาอยู่ด้านล่างกล้องแทน จากด้านบนลงมาจะเป็นโลโก้ NFC เพื่อใช้ระบุตำแหน่งการแตะ NFC กับอุปกรณ์อื่น ถัดมาเป็นโลโก้โซนี่ เเละสกรีนคำว่า XPERIA ไว้ด้านล่าง ซึ่งกระจกด้านหลังเนื่องจากโซนี่ได้ออกกฏใหม่ ไม่ติดฟิล์มกันรอยจากโรงงานมาให้เเล้ว เเนะนำให้เพื่อนๆไปติดฟิล์มไว้ก็ดีครับ เพราะเครื่องที่ใช้รีวิวก็เริ่มมีริ้วรอยขึ้นที่กระจกเเล้ว T_T

IMG_9357
ด้านกล้องของ Xperia Z2 จะเป็นโมดูลเดียวกับ Xperia Z1 ซึ่งมาพร้อมกับความละเอียด 20.7 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ขนาด 1/2.3 นิ้ว มาพร้อมกับชิป Exmor RS™ และชิปประมวลผลภาพ BIONZ™ โดยใช้เลนส์ G ของโซนี่ซึ่งมีระยะ Wide 27mm เลยทีเดียว รองรับการถ่ายวีดีโอแบบ HDR มาพร้อมกับการบันทึกวีดีโอความเร็วสูง 120fps สำหรับทำสโลโมชั่นด้วย สามารถบันทึกวีดีโอได้ที่ความละเอียด 4K

IMG_9373
หน้าจอถูกเปลี่ยมาใช้เป็นจอ IPS (เย้ ^_^)/ ) ซึ่งจะให้มุมมองที่กว้างเเละสีที่สมจริงกว่าเดิม โดยมีสื่อบางเจ้าเทียบเเล้วว่าให้สีที่ถูกต้องที่สุด (เนื้อข่าว) โดยมีการเพิ่มขนาดหน้าจอเป็น 5.2″ มาพร้อมกับระบบ X-Reality for Mobile เช่นเคย โดยเพิ่มโหมดตั้งค่า White Balance ให้หน้าจอได้ เพิ่ม Glove Mode สำหรับการใช้งานขณะใส่ถุงมือ และที่สำคัญสามารถใช้ดินสอเขียนหน้าจอแบบ Xperia Z Ultra ได้ด้วย!!!

IMG_9563
สามารถกันน้ำได้ตามมาตราฐาน IP55/IP58 คือสามารถอยู่ใต้น้ำได้นาน 30 นาทีที่ความลึกสูงสุด 1.5 เมตร แต่ด้วยความที่มันเป็นมือถือก็อย่าเอามันไปดำน้ำบ่อยมากนะครับ ฮ่าๆ เพราะการกันน้ำจริงๆทำมาเผื่อเราเจอสถานะการณ์ฉุกเฉินเช่นฝนตก หรือมือถือเราเปื่อนก็เอาไปล้างน้ำได้ เพราะความดันน้ำในน้ำกับในอากาศมันต่างกัน ยิ่งถ้าใครคิดจะพาลงไปดำในทะเลล่ะก็อย่าดีกว่าครับเพราะเกลืออาจจะกัดจนซีนเราพังได้ ส่วนการกันฝุ่นนั้นทำได้ที่ IP55 คืออาจมีฝุ่นเข้าเล็กน้อยเเต่ไม่ถึงอันตราย และสุดท้ายอย่าลืมว่าไม่มีประกันเรื่องการกันน้ำนะครับ ^_^ สำหรับใครที่อยากอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตราฐานการกันน้ำก็ไปอ่านกันต่อได้ที่นี่ครับ Xperia Care

spec

uihead appscreen1

  • Lock Screen ปรับปรุงใหม่ปัดนิ้วเป็นเอฟเฟคฟรุ้งฟริ้งตามยุกสมัย(ผมว่ามูลี่แบบเก่าเท่กว่านะ >.<) โดยสามารถเพิ่ม Widget ในหน้า Lock Screen ได้แต่ต้องไปเปิดการใช้งานใน Setting -> Security -> Enable Widget ก่อน ส่วนการเข้ากล้องถ่ายรูปจากหน้า Lock Screen จะเปลี่ยนมาอยู่ด้านล่างแทน
  • Home Screen ยังเหมือนกับ Xperia Z1 สามารถเพิ่ม/ลบ หน้า Home Screen เลื่อกรูปแบบธีมหรือดาวโหลดเพิ่มเติมได้
  • App Drawer ยังคงรูปแบบ 5×4 ไว้เช่นเคย สามารถสร้างโฟลเดอร์ในหน้า App Drawer ได้ ส่วนการ ค้นหา, Uninstall App หรือการจัดเรียง App ตามหมวดหมู่ต่างๆสามารถเข้าไปจัดการได้ในหน้า App Drawer Setting ซึ่งสามารถเข้าใช้งานได้ง่ายเพียงแค่ลากนิ้วออกจากมุมซ้ายของจอ

appscreen2

  • Recent App เป็นจุดรวมแอพฯที่เพิ่งเปิดใช้งานล่าสุด โดยสามารถสับเปลี่ยนการใช้งานแอพฯได้อย่างสะดวกในหน้านี้ สามารถปัดซ้าย/ขวาเพื่อปิดแอพฯได้ หรือจะกด Close all เพื่อปิดแอพฯที่เปิดทั้งหมดก็ได้ โดนชยภายในหน้านี้เราสามารถเลือกใช้งาน Small App ได้ ซึ่งจะมีแอพฯหลักๆที่เราต้องใช้งานทั่วไปจัดไว้ให้ในยามเร่งด่วนไม่ว่าจะเป็นเครื่องคิดเลข จับเวลา หรือเว็บบราวเซอร์ขนาดจิ๋ว โดยเมื่อเปิดใช้งานจะเป็น mini app ขึ้นมาบนหน้าจอ ซึ่งสามารถดาวน์โหลด small app เพิ่มเติมได้จาก Play Store
  • Notification เพิ่มในส่วนของ Manage notifications ซึ่งสามารถปิดการแจ้งเตือนแอพฯต่างๆที่เราไม่ต้องการได้แล้ว ส่วน Status bar icon จะเป็นการปิด icon ต่างๆบนแถบบาร์ด้านบนที่เราไม่ต้องการใช้โชว์เช่นสัญลักษณ์ NFC หรือนาฬิกาปลุกเป็นต้น
  • Quick Setting จะเป็นการรวมส่วนที่เราเปิด/ปิดการใช้งานบ่อยๆมารวมไว้ในหน้านี้ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth, Wifi, NFC หรือการตั้งค่าแสงสว่างหน้าจอ, เสียง, การเอียงหน้าจอ ซึ่งสามารถเพิ่ม/ลบการตั้งค่าที่เราต้องการได้appscreen3
  • Contact จะเป็นส่วนของรายชื่อต่างๆ ซึ่งสามารถซิงค์กับบัญชีของ Google เราได้เลยหรือจะสามารถ Backup รายชื่อไว้ในหน่วยความจำเครื่อง/การ์ดเเล้วสามารถ Import ลงเครื่องเราก็ได้ ส่วนหน้า Phone จะเป็นส่วนแสดง Call log ในตัวโดยสามารถลบ Call log ที่เราไม่ประสงค์จะให้โชว์ได้ อิอิ 😛
  • Missed Call อันใหม่เวลาเราปลดล็อคหน้าจอมาจะโชว์ที่มุมล่างของเครื่องว่ามีใครโทรหาเรา (ไม่ต้องลาก Notification ลงมาดู) โดยเราสามารถเลือกที่จะไม่สนใจ,โทรกลับภายหลัง,ส่งข้อความหาหรือจะโทรกลับเลยก็ได้
  • Messaging เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง >_<

appscreen4

  • Calender เพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ๆขึ้นมาเพียบไม่ว่าจะเป็นการซิงค์ Event สำคัญจาก Gmail,Facebook ลงมา มีการรายงานสภาพอากาศในตัวรวมถึงแจ้งเตือนวันเกิดเพื่อนเราด้วย สำหรับใครที่อยากดูฟังก์ชั่นการใช้งานเต็มๆสามารถเข้าไปชมได้ในคลิปนี้ครับ How to use Xperia Calender
  • Alarm & Clock การตั้งนาฬิกาปลุกหรือฟังก์ชั่น Timer หรือนาฬิกานับถอยหลังยังเหมือนเดิม ส่วน Clock World สามารถแอดเวลาสถานที่ที่เราอยากรู้ทั่วโลกได้
  • Email สามารถแอด Account ได้มากกว่าหนึ่งแอดเคา สามารถจัดการ Email ต่างได้ง่ายแม้ตอนออฟไลน์เพราะระบบจะดึงเมล์ลงมาไว้ในเครื่อง สำหรับการใช้งานเต็มๆดูได้จากคลิปนี้ครับ How to use Xperia Email
  • SocialLife หรือก็คือ Feed ข่าวเวอร์ชั่น Xperia นั่นเองโดยสามารถแอด Facebook, Twitter หรือ Feed ข่าวที่เราสนใจเข้ามาอ่านในนี้ก็ได้ด้วย UI ที่สวยงามและใช้งานง่าย ลองเเล้วจะลืม Flipboard ได้เลยครับ 😛

appscreen5

  • Google Now เป็นเหมือนผู้ช่วยที่จะอัพเดทข้อมูลต่างๆรายวันให้กับเราไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศหรือถ้าเราโฉบไปทางโรงหนังก็จะอัพเดทรอบหน้าให้เราได้รู้ด้วย ^^ โดยสามารถ “Say Google” เพื่อสั่งงานด้วยเสียงก็ได้
  • Gmail App แอพฯอีเมล์สำหรับ Gmail โดยเฉพาะ ส่วนฟังก์ชั่นการใช้งานยังไม่มีอะไรใหม่มาก รูปเเบบ UI ก็เป็น Flag UI ตามสมัยนิยม
  • What’s New เป็นการอัพเดทแอพฯใหม่ๆที่เราสนใจ ซึ่งรวมโซนเกมของ Play Station ไว้ในตัวด้วย
  • Sony Select คลังแอพฯของโซนี่ (ซึ่งเอาตามจริงก็ซิงค์กับ Play Store อ่ะเเหละ) เเต่จะรวบรวมแอพต่างๆเป็นหมวดหมู่ของโซนี่ไว้เช่น Theme ต่างๆเป็นต้น

appscreen6

  • Gallery ยังเป็นธีมเดิมเพิ่มรูปแบบรีวิวภาพด้านบนขึ้นมา โดยสามารถเลือกได้ว่าจะให้แสดงเฉพาะภาพที่ถ่ายากกล้อง หรือแสดงเป็นแบบโฟลเดอร์ก็ได้โดยการลากนิ้วออกจากทางมุมซ้ายเพื่อเข้าสู่ Option อื่นๆ หรือจะซิงค์ภาพใน Facebook, Picasa เเละ Flickr มาโชว์ก็ได้ สามารถเลือกฟังก์ชั่น Faces เพื่อเเสดงแต่ภาพบุคคลที่เราต้องการได้ เเต่เราต้อง Registration ภาพต่างๆก่อนโดยสามารถตั้งค่าได้ในกล้องถ่ายรูปหรือ Gallery ก็ได้
  • Movie App จะเป็นรูปแบบธีมใหม่คล้ายๆกับ What’s New โดยจะมี Movie Preview อยู่ด้านบน(เท่ดี ^_^)b ) และคลิปอื่นๆอยู่เรียงกันด้านล่าง โดยสามารถเลือกเปิด Background Playback ได้และสามารถตั้งค่า Subtitle ให้คลิปได้ด้วย

appscreen7

  • Walkman เรียกได้ว่าเปลี่ยนไปเยอะอยู่สำหรับแอพฯ Walkman ซึ่งหน้า Home ก็ไปใช้ธีมแบบ What’s New เหมือนกับ Movie คือจะรวมโซนต่างๆไว้ที่หน้า Home เลยไม่ว่าจะเป็น Listen Next, Most Played, Playlist ที่เราสร้างไว้ หรือจะเป็น ชื่ออัลบั้มต่างๆ โดยการเลือกเพลงหรือศิลปินจะไปอยู่ที่ด้านข้างแทนโดยใช้นิ้วดึงออกมาจากมุมซ้าย ส่วนของ Player ยังคงเหมือนเดิมกดสามารถเลือกสุ่มเพลง,วนซ้ำได้ หรือจะกด Like เพลงที่ฟังอยู่เลยก็ได้ โดยสามารถดาวโหลดปกเพลงได้ผ่าน Download Music Info
  • Sound Effect ฟังก์ชั่นต่างๆยังเหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็น การฟังเพลงให้เสียงเคลียขึ้นผ่านโหมด ClearAudio+ หรือปรับเสียงอัตโนมัติผ่าน Dynamic Normalizer
  • Sound Enhancement ยังสามารถเลือก Presets เสียงได้เหมือนเดิม หรือจะปรับแต่ง Equalizer เองก็ได้ โดยสามารถเลือกเพิ่มลดเบสได้ผ่าน ClearBass ในส่วนของ Setting จะมีให้เลือก Surround Sound(VPT) ซึ่งจะเป็นการฟังเพลงในแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็น Headset, Studio, Club, Concert Hall หรือใช้ฟังก์ชั่น Clear Stereo ก็ได้
  • Speaker Setting มีฟังก์ชั่น Clear Phase ให้เสียงลำโพงออกมาใสและเก็บรายละเอียดเสียงได้ดีขึ้น xLOUD สำหรับปรับให้เสียงลำโฟงดังกว่าเดิม และฟังก์ชั่นใหม่ S-Force Front Surround ให้เสียงที่ออกมาจากลำโพงคู่ของ Xperia Z2 มีมิติเสียงมากขึ้น

appscreen8

  • TrackID แอพที่มีคู่ Xperia มานานไว้สำหรับค้นหาเพลง เช่นถ้าเราขึ้นรถเมย์เเล้วเจอเพลงเพราะๆเพลงนึ่งที่เราไม่รู้ว่ามันคือเพลงอะไร เราก็เเค่ปุ่มแล้วรอแอพมันบันทึกเสียงสักพัก มันก็จะแจ้งให้เรารู้ว่าเพลงที่เราฟังอยู่นั้นคือเพลงอะไร โดยสามารถใช้หาได้ทั้งเพลงไทยและอังกฤษ
  • Sound Recorder เป็นแอพบันทึกเสียงตัวใหม่ซึ่งทำมาใช้งานคู่กับไมค์อัดเสียง STM10 โดยเฉพาะ(แต่ถึงไม่มีก็ใช้ได้นะ) โดยถ้าต่อกับ STM10 สามารถเลือกโทนเสียงที่เราต้องการบันทึกได้หรือสามารถเลือกตัดเสียงลมหรือตัดต่อการบันทึกเสียงได้ในแอพนี้ได้เลย
  • Google Map จับสัญญาณได้ไว ทิศทาง GPS ถูกต้องใช้นำทางได้แม่นยำ
  • Smart Connect ใช้ควบคุมระบบต่างๆที่ง่ายดายโดยใช้หลักเวลาเเละการเชื่อมต่อมาควบคุม เช่นเราตั้งโหมด Night ไว้ เมื่อถึงเวลาก็จะเปลี่ยนเป็นโหมดปิดเสียงอัตโนมัติพร้อมเปิดเเอพฯนาฬิกาปลุกขึ้นมา หรือเมื่อเราเสียบหูฟังก็จะเปิดเเอพฯ Walkman ขึ้นมาอัตโนมัติ

appscreen9

  • Setting การตั้งค่าต่างๆยังคล้ายๆเดิม ผมขอแนะนำแต่ฟังก์ชั่นที่เพิ่มมาใหม่นะครับ Motion ส่วนนี้จะเป็นการตั้งค่าเกี่ยวกับพร๊อกมือถือซึ่งตอนนี้จะเป็น Smart Call Handling ซึ่งสามารถยกมือถือขึ้นมาแนบหูเพื่อรับโทรศัพท์ได้เลย ในส่วน Display ก็จะมีฟังก์ชั่น Glove Mode สำหรับใช้งานมือถือขณะสวมถุงมือ Tab to Wake Up สำหรับการใช้นิ้วแตะหน้าจอ 2 ครั้งขณะที่ล็อคเครื่องอยู่เพื่อเปิดหน้า Lock Screen (ถนอนปุ่ม Home ได้ดีเลยล่ะ ^_^) Printing สำหรับการสั่งพิมพ์งานผ่านมือถือ
  • Power Management สามารถเลือกเปิด STAMINA Mode สำหรับยืดการใช้งานแบตเตอรี่ได้(โดยการปิดแอพฯที่ไม่จำเป็น) Location-based Wi-Fi สำหรับการปิดไวไฟเมื่อเราออกนอกพื้นที่เเละจะต่อไวไฟอีกครั้งเมื่อเรากลับมา ช่วยให้เครื่องไม่ต้องหาคลื่นไวไฟตลอดเวลา
  • Xperia Keyboard ปรับปรุง Keyboard ภาษาไทยใหม่เป็น 4 แถวพร้อมโชว์ภาษาไทยอีกตัวในมุมขวาบน (ช่วยให้สามารถ Swipe ภาษาไทยได้คล่องขึ้นมาก 😀 )
  • Simple Home เป็น Launcher อีกตัวที่ทำมาเพื่อคนแก่หรือคนที่ไม่ต้องการความยุ่งยากในการใช้งาน UI

cmhead
IMG_9500
ถ้าด้านกล้องแม้จะไม่โดดจาก Xperia Z1 มามากเเต่ด้วย Firmware ใหม่รับประกันความต่างและเจ๋งกว่าเดิมแน่ครับ โดยยังมาพร้อมกับความละเอียด 20.7ล้านพิกเซลเหมือนเดิม พร้อมเซนเซอร์ Exmor RS™ ขนาดใหญ่ถึง 1/2.3 นิ้ว กับกลไกประมวลผล BIONZ™ และสุดยอดเลนส์ G ของโซนี่ที่ที่มีมุมกว้างเลนส์ถึง 27 มม. ช่องรับแสง F2.0 เอาเป็นว่าเราไปดูฟังก์ชั่นกล้องในโหมดต่างๆกันดีกว่าครับ

IMG_9696

  • Superior Auto โหมดถ่ายภาพแบบเลือกซีนอัตโนมัติที่จะทำให้การถ่ายรูปง่ายขึ้นแม้ว่าจะมีเสียงวิจารณ์ด้านลบเกี่ยวกับโหมดนี้เยอะอยู่ว่าถ่ายภาพห่วยสู้โหมด Manual ไม่ได้แต่ใน Xperia Z2 ผมว่ามันได้รับการแก้ไขให้ถ้ารูปได้ดีขึ้นเยอะเลยล่ะ 😀
  • Manual Mode โหมดถ่ายภาพแบบปรับมือ สามารถตั้งค่าต่างได้ ไม่ว่าจะเป็นการชดเชยแสง(EV), White Balance, Resolution มีให้เลือกตั้งเเต่ 2MP ถึง 20.7MP, Smile Shutter, Focus มีให้เลือก 5 โหมดคือ Single Focus, Multi Focus, Face Detection(โฟกัสติดตามใบหน้า), Touch Focus และ Object Tracking(โฟกัสติดตามวัตถุ), โหมดถ่ายภาพย้อนแสง(HDR), ISO ตั้งได้ตั้งเเต่ 50-800, Metering(จุดวัดแสง), Image Stabilizer(กันสั่นภาพ) และ Face Registration(การจดจำใบหน้าเพื่อใช้แยกในแอพฯ Gallery)
  • 4K Video บันทึกวีดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K = 3,840 x 2,160 พิกเซล ซึ่งสามารถต่อออกไปดูบนทีวี 4K ได้อย่างสะบาย *แต่การบันทึกวีดีโอแบบ 4K ทำให้เครื่องร้อนง่าย ไม่ควรบันทึกเกิน 3 นาที
  • Timeshift Video การบันทึกวีดีโอแบบสโลโมชั่น โดยจะบันทึกวีดีโอที่ความเร็ว 120fps แต่ที่เจ๋งจริงๆคือเราสามารถเลือกช่วงเวลาที่เราต้องการให้มันสโลว์ได้ด้วย 😀 ดูตัวอย่างในคลิปด้านล่างครับ

  • Creative Effect ใส่เอฟเฟคต่างๆให้กับภาพหรือคลิปของเราไม่ว่าจะเป็น Tint, Fisheye, Color Sketch, Old Film ฯลฯ ซึ่งจะแสดงผลแบบ Realtime
  • Sweep Panorama โหมดถ่ายรูปแบบพาโนราม่า โดยสามารถเลือกได้ว่าจะเฟดรูปแนวตั้งหรือแนวนอน

IMG_9685

  • Background Defocus โหมดละลายฉากหลังซึ่งการถ่ายให้ตั้งวัตถุกับฉากหลังห่างกันประมาณ 1 เมตร โดยกล้องจะถ่ายภาพออกมา 2 ภาพคือโฟกัสวัตถุและโฟกัสฉากหลังและนำมาโพรเซสรวมกัน โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้ฉากหลังเบลอมากน้อยแค่ไหน หรือจะเบลอแบบเหวี่ยงกล้องขึ้นด้านบนหรือด้านข้างก็ได้
  • Info-Eye การถ่ายภาพเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุนั้นๆ เช่นเราถ่ายรูปหาไอเฟลแอพฯก็จะหาข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับหอไอเฟลมาให้เรา หรือถ่ายรูปหนังสือเล่มหนึ่งแอพฯก็จะหาข้อมูลหนังสือนั้นมาให้เรา (แต่ปัจจุบันการค้นหายังไม่ครอบคลุมมากนัก)

IMG_9701

  • AR Effect การใส่เอฟเฟคให้ภาพแบบ Realtime และเป็นแบบ 3D ด้วย โดยแอพจะสแกนลักษณะของพื้นที่ที่เราถ่ายแล้วจำลองสภาพแวดล้อมสมมุติขึ้นมา มีทั้ง Fairytale, Dinosaur, Masquerade ฯลฯ โดยสามารถถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งหรือบันทึกวีดีโอก็ได้
  • SocialLive เราสามารถถ่ายคลิปอะไรก็ได้ มันจะอัพขึ้น Facebook ให้เพื่อนเราดูเเบบสดๆ สามารถคอมเม้นกันได้แบบ Realtime เลย แต่เน็ตต้องแรงหน่อยนะ ไม่แนะนำให้ใช้กับ 3G เพราะ Data ท่านจะลดฮวบๆเลย

IMG_9401

  • Timeshift Burst โหมดรัวภาพซึ่งจะถ่าย 61 ภาพใน 3 วินาที แล้วให้เราเลือกภาพที่ดีที่สุด โดยหลักการทำงานคร่าวๆน่าจะเป็นการถ่ายภาพอยู่ตลอดเวลาแล้วเมื่อเรากดปุ่มมันจะเอา 30 ภาพก่อนเรากด 1 ภาพตอนเรากด แล้ว 30 ภาพหลังเรากดมาเรียงให้เราเลือกนั่นเอง

 

pichead20140531_131211DSC_0066DSC_0092DSC_0065DSC_0006

gadgethead

mdrhead
เคยไหมเวลากลับบ้านนั่งบนรถเมย์กะฟังเพลงชิวๆ แต่กลับเจอเสียงแตรเสียงเครื่องยนต์ต่างๆมาทำลายอรรถรสการฟังเพลงของเราซะได้ เพื่อตัดเสียงเหล่านั้นออกไปเราเลือกที่จะเพิ่มเสียงเพลงกันให้สุดชนิดที่ว่าเอาให้แก้วหูบรรลัยเลยก็ว่าได้ เเต่ปัญหานั้นจะหมดไปครับถ้าหันมาใช้ MDR-NC31EM (Digital Noise Cancelling Headset) ตัวนี้ เพียงคุณโทรมาสั่งซื้อภายใน 10 นาที……..ไม่ใช่ล่ะ >_<

เรามาเกริ่นกันก่อนดีกว่าว่าเจ้า Noise Cancelling มันคืออะไร หลักการทำงานเป็นยังไง Noise Canceling  คือการตัดเสียงรบกวนแบบ Digital โดยเสียงที่ผ่านทางไมค์เข้าไปจะถูกตัดเสียงที่เป็นเสียงรบกวนออกเช่นเสียงที่ดังที่สุดก็จะถูกตัดทอนลง เสียงต่ำก็จะถูกตัดลง หรือเสียงที่สูงๆก็จะถูกตัดลง (เหล่านี้วิเคราะห์ได้ว่าเป็นเสียงเพลงหรือเสียงภายนอก) หูฟังประเภทนี้ จะต่างจากหูฟังแบบเก่า ตรงที่มีไมค์โครโฟนอันเล็กๆ ติดไว้ที่หูฟังแต่ละข้างและมักจะทำเป็นหูฟังแบบ In-Ear หรือแบบสอดเข้าไปในรูหูครับ เพราะจะป้องกันเสียงจากภายนอกได้ดีกว่า อีกทั้งตัวแจ็คเสียบ ก็จะต่างจากปกติด้วย (มีขั้วไฟเพิ่มขึ้นมา) โดยตัวไมค์ที่หูฟังมีหน้าที่รับเสียง ดังๆ ที่ไม่อยากได้ยินจากภายนอกนั่นเอง

เมื่อรับเสียงดังๆ แล้วเอาไปทำอะไรต่อ????

การทำงานของระบบ Noise Canceling จะมีหลักการดังนี้ครับ เนื่องจากเสียงนั้นมีการเคลื่อนที่เป็นคลื่น (นึกถึงคลื่นในทะเล) เคลื่อนที่จากแหล่งกำเนิดเสียง วิ่งเข้ามาภายในหูของเรา และคลื่นเสียง สามารถหักล้างกันได้ ในกรณีที่มีคลื่นเสียงอื่น มีแอมปริจูดตรงข้ามกัน วิ่งมาเจอกันในเวลาเดียวกันพอดี (ถ้างง ดูจากภาพเอานะครับ)

ระบบ noise canceling จึงใช้หลักฟิสิกส์ตรงนี้ โดยเมื่อเสียงจากภายนอกวิ่งเข้าไปยังไมค์ที่หูฟังแล้ว จะเข้าไปยังวงจร Invert สัญญาณ (จับตีลังกา) แล้วปล่อยความถี่ตรงนี้ เข้าไปยังหูฟังด้วย ดังนั้น เมื่อเสียงจากภายนอก มาเจอกับเสียงจากหูฟังที่มีแอมปริจูดตรงข้ามกัน จะหักล้างกัน ทำให้เสียงที่ออกมาจากหูฟังนั้นชัดเจน Clear กว่าเดิมนั่นเองครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก MahajakLife

IMG_9430
แต่ก็น่าเสียดายที่โซนี่ไทยไม่ได้แถมหูฟังตัวนี้มาในกล่อง T_T แต่ถ้าอยากได้ไม่ต้องดิ้นรนไปซื้อถึงเมืองนอกนะครับ ร้านเรามีขาย ฮ่าๆ Sony Digital Noise Cancelling Headset MDR-NC31EM

IMG_9435
Xperia Z2 ดูรวมๆมันเป็นเหมือน Minor Change ห่างๆของ Xperia Z1 มากกว่า แต่ก็มีการอัพเกรดขึ้นในหลายๆส่วน ไม่ว่าจะเป็น RAM 3GB ลำโพงหน้าแบบคู่(ซึ่งให้เสียงดังกว่าเดิมมากกก) หน้าจอเปลี่ยนมาใช้เป็น IPS Display ซึ่งให้สีที่คมชัดสมจริงและองศาการมองที่กว้างกว่าเดิม(ลบข้อครหาใน Xperia Z1 ได้ซักที) การดีไซน์ที่ยังคงคล้ายกับ Xperia Z1 กล้องขนาดเท่ากันที่ 20.7MP แม้ Xperia Z2 จะมีเฟริมแวร์กล้องที่ดีกว่าแต่คาดว่า Xperia Z1 ก็น่าจะได้รับการปรับปรุงตามมาในเร็วๆนี้ ถ้าเพื่อนๆมี Xperia Z1 อยู่แล้ว Xperia Z2 อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกถัดไป แต่ถ้าคุณชอบฟีเจอร์ใหม่ๆที่ถูกเพิ่มเข้ามาล่ะก็ มันคงไม่มีอะไรสั่นคลอนเงินในกระเป๋าคุณได้เท่านี้แล้วครับ 😀

ราคาเครื่อง(ณ วันที่รีวิว) : 23,990 บาท
สนใจเคส Xperia Z2 หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ สามารถสั่งซื้อได้ที่นี่ SE-Update

underline

 

ขอบคุณที่ร่วมแสดงความรู้สึกของคุณต่อบทความนี้ อย่าลืมที่จะแชร์ให้คนอืนได้รู้ความรู้สึกนี้ .
บอกให้เรารู้ถึงความรู้สึกหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้
  • ประทับใจสุดๆ
  • ดีจังเลย
  • โกรธสุดๆ
  • เฉยๆ อ่ะ
  • รู้สึกหดหู่

Comments

comments

x Close

Facebook Fan Page