รีวิว Xperia XA1 Ultra : มาเต็มไม่เกรงใจพี่ เซลฟี่พ่อทุกสถาบัน

Preview & Review, SE-Update Shop Review, Xperia News, ปักหมุด ปิดความเห็น บน รีวิว Xperia XA1 Ultra : มาเต็มไม่เกรงใจพี่ เซลฟี่พ่อทุกสถาบัน
รีวิว Xperia XA1 Ultra : มาเต็มไม่เกรงใจพี่ เซลฟี่พ่อทุกสถาบัน

    หลังจากเปิดตัวที่งาน MWC 2017 และดีเลย์เลือนยาวจนเพิ่งวางจำหน่ายเมื่อช่วงต้นเดือนนี้เอง สมาร์ทโฟน Sony Xperia XA1 Ultra ก็ได้ทำหน้าที่สืบทอดความใหญ่ยาว (หน้าจอนะ) ที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่น Ultra ต่อจาก Xperia XA Ultra โดยเป็นธรรมเนียมของตระกูลนี้ที่จะมาพร้อมจอขนาดใหญ่ กล้องหน้าที่ชัดมากซึ่งมีไฟแฟลชสำหรับถ่ายในที่มืด โดยรุ่นนี้ได้ถูกอัพเกรดขึ้นหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นชุดชิปประมวลผลที่เร็วขึ้น RAM ที่เพิ่มเป็น 4GB และหน่วยความจำภายในที่ให้มาถึง 64GB เท่ากับเรือธงอย่าง Xperia XZ Premium และ Xperia XZs เลยทีเดียว ทำให้รุ่นนี้เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีสเปคที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ~

    ตัวเครื่องจะมาในรูปทรง Loop surface เช่นเดียวกับ Xperia XA1 โดยจะเป็นการออกแบบที่ด้านหน้าและส่วนหลังโค้งเข้าหากันอย่างแนบเนียน ส่วนด้านบนและล่างใช้การตัดออกให้เหลี่ยมและลบมุมเหมือนกับใช้ Diamond cut ทำให้สามารถวางตั้งได้ (แต่ด้วยขนาดเครื่องที่ใหญ่ ทำให้อาจจะตั้งลำบากนิดนึง) ดีไซน์โดยรวมแม้ว่าตัวเครื่องจะมีขนาดใหญ่ แต่ก็ยังพอถือด้วยมือข้างเดียวได้อยู่เพราะขอบจอที่บางทำให้ไม่เสียเนื้อที่ด้านข้าง และตัวเครื่องมีรูปร่างที่ให้ความรู้สึกว่ามันยาวมากกว่ากว้าง

    Xperia XA1 Ultra มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6 นิ้วแบบไร้ขอบข้าง มีความละเอียด Full HD 1080p โดยมาพร้อมกับฟีเจอร์ปรับสีหน้าจอ Image Enhance Technology เพื่อสามารถปรับโทนสีได้ตามต้องการ ตัวหน้าจอมาพร้อมกระจกโค้ง 2.5D ที่มีความทนทานระดับ 9H กันรอยขีดข่วนบนหน้าจอได้สบายๆ

    ด้านบนฝั่งซ้ายสุดจะเป็นไฟ Notification LED ถัดมาเป็นกล้องหน้าที่ใช้เซ็นเซอร์ Exmor RS IMX-234 (เซ็นเซอร์เดียวกับที่ใช้บนกล้องหลังของ LG G4, G5 และ V10) ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ขนาด 1/2.6 นิ้ว ซึ่งมีระบบกันสั่นแบบ OIS ช่วยให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น สามารถบันทึกวีดีโอกล้องหน้าได้ที่ความละเอียด Full HD 1080p ซึ่งกันสั่นแบบ OIS จะช่วยให้สามารถเดินถ่าย Facebook Live สะดวกขึ้น ไม่ต้องกลัวภาพสั่นเวลาเดินถ่าย ถัดมาจะเป็นตำแหน่งลำโพงสนทนา (ไม่ได้มีลำโพงหลักอยู่ด้วยกันแบบพวกรุ่น Xperia XZs หรือ XZ Premium), Proximity Sensor และ LED Flash ที่ไม่แรงมาก เน้นแสงนวล ช่วยให้สามารถเซลฟี่หรือถ่ายวีดีโอด้วยกล้องหน้าในที่มืดได้อย่างสะดวก

    ด้านซ้ายของตัวเครื่อง จะคล้ายกับ Xperia XA1 คือย้ายตำแหน่งปุ่ม เพิ่ม/ลด เสียงไปอยู่ด้านบนตำแหน่งปุ่ม power แทน ส่วนปุ่ม power จะเป็นลักษณะทรงกลมที่เป็นเอกลักษณ์ของ Xperia รุ่นที่ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ถัดมาล่างสุดจะเป็นปุ่มชัตเตอร์แบบ 2 จังหวะ สำหรับโฟกัสและถ่ายภาพ

อีกด้านของตัวเครื่องจะราบเรียบ มีเพียงพอร์ต SIM/Micro SD card อยู่ด้านบน

    โดยเมื่อเปิดพอร์ตจะเป็นถาด SIM แบบ Dual SIM โดยตัวพอร์ตจะไม่มีซีลยางปิดแล้ว เนื่องจากรุ่นนี้ไม่กันน้ำ จะเป็นฝาปิดแข็งๆใช้เล็บงัดออกมาได้สะดวก ส่วน Micro SD card จะใช้เสียบเข้ากับตัวเครื่องได้โดยตรง โดยรองรับได้สูงสุด 2TB

    ด้านหลังจะเป็นพลาสติกผิวด้าน ให้สัมผัสที่เรียบไม่ลื่นมือดี กล้องหลังจะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ Exmor RS™ IMX-300 (ตัวเดียวกับตระกูล Xperia Z5 และ Xperia XA1) ขนาด 1/2.3 นิ้ว ความละเอียด 23 ล้านพิกเซล และไฟ LED Flash โดยมีโลโก้ Xperia อยู่ตรงกลาง ด้านบนโลโก้คือตำแหน่ง NFC

    ด้านล่างจะเป็น Micro USB slot โดยจะเปลี่ยนมาใช้แบบ Type-C แทนแต่ยังคงเป็น USB 2.0 อยู่ ส่วนไมค์สนทนาจะอยู่บริเวณขอบด้านบน ส่วนลำโพงหลักจะย้ายมาอยู่ด้านล่างข้างๆ Micro USB port แทน ซึ่งจะเป็นลำโพงตัวเดียวแบบ Mono ซึ่งให้เสียงที่ดังไม่มาก แต่ถ้าเปิดในที่ปิดไม่มีเสียงรบกวนเยอะ จะพบว่าตัวลำโพงให้รายละเอียดเสียงได้ดี สามารถเปิดฟังเพลงหรือคุยโทรศัพท์แบบเปิดลำโพงภายในห้องได้อย่างสะดวก เสียงไม่อู้อี้

    ด้านบนจะเป็นช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ถัดมาเป็นไมค์ตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน ขอบของเครื่องด้านบนและล่างจะทำให้เหมือนกับ Diamond cut ตามสมัยนิยม

    ถึงแม้จะมีขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่กว่ามือถือปกติทั่วไป แต่ก็ชดเชยกับตัวเครื่องที่บางลงเหลือเพียง ทำให้สามารถพกพาได้สะดวก

    ขึ้นชื่อว่ารุ่นกลาง คงหนีไม่พ้นหน่วยประมวลผลจาก MediaTek รุ่น Helio P20 Octa Core 64 บิต เช่นเดียวกับ Xperia XA1 ซึ่งมีความเร็วที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปได้สบายมากๆ หน่วยประมวลผลกราฟฟิก Mali-T880MP2 รองรับเกมในตอนนี้ได้เกือบหมด แต่ได้เพิ่ม RAM มาเท่ากับรุ่นเรือธง คือ 4GB

Specification

  • SoC MediaTek Helio P20 Octa Core 64 บิต (Quad core 2.3GHz + Quad core 1.6GHz)
  • RAM 4GB , ROM 64GB แบบ eMMC รองรับ MicroSDXC Card สูงสุด 256 GB
  • LCD Display 6.0″ ความละเอียด Full-HD 1080p รองรับ Image enhancement, Super-vivid mode มาพร้อมกระจกหน้าจอที่ทนทานระดับ 9H
  • กล้องหลัง 23MP 1/2.3” Exmor RS™ (23mm wide F2.0) สามารถดัน ISO ได้สูงสุด 6400 รองรับ Hybrid Autofocus, Fast Capture, HDR photo และระบบกันสั่น SteadyShot™
  • กล้องหน้า 16MP 1/2.6″ Exmor R for mobile™ ISO สูงสุด 6400 ในที่แสงน้อย 23mm wide-angle lens F2.0 รองรับระบบกันสั่น OIS และไฟ LED Flash สำหรับกล้องหน้า
  • ขนาดตัวเครื่อง 165 x 79 x 8.1 mm. น้ำหนัก 188g
  • รองรับการใช้งาน 2SIM
  • ระบบเชื่อมต่อ A-GNSS (GPS + GLONASS)2, WiFi Miracast, เทคโนโลยีไร้สาย Bluetooth® 4.2, Google Cast, NFC
  • พอร์ตเชื่อมต่อเป็นแบบ USB Type-C (2.0)
  • แบตเตอรี่ขนาด 2,700 mAh มาพร้อมกับเทคโนโลยี Qnovo Adaptive Charging ที่ช่วยยืดอายุแบต กับ STAMINA mode และรองรับระบบชาร์จเร็ว MediaTek PumpExpress 2.0
  • มี 4 สีให้เลือกคือ ดำ, ขาว, ทอง และ ชมพู

    ระบบเสียง รองรับระบบ xLOUD เพื่อช่วยให้เสียงลำโพงทื่ดังกว่าเดิม และมาพร้อมกับระบบเสียง Clear Audio+, การบันทึกเสียงแบบสเตอริโอ รองรับเทคโนโลยีระบบไร้สาย Bluetooth® 4.2, aptX / A2DP โดยรวมถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในด้านเสียงเบื้องต้น

    Xperia XA1 Ultra มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6 นิ้วแบบไร้ขอบ ที่ความละเอียด Full-HD 1080p โดยมาพร้อมกับฟีเจอร์ปรับสีหน้าจอ Image Enhance Technology เพื่อสามารถปรับโทนสีได้ตามต้องการ ตัวหน้าจอมาพร้อมกระจกโค้ง 2.5D ที่มีความทนทานระดับ 9H กันรอยขีดข่วนจอได้สบายๆ 

    ดีไซน์แบบ Edge to edge display ทำให้หน้าจอที่ไร้ขอบดูกลมกลืนกับฉากหลัง สวยงามเวลาถือ และด้วยจอขนาด 6″ ทำให้เวลาดูหนังหรือเล่นเกมได้เต็มตากว่าเดิม นับเป็นอีกจุดเด่นของรุ่น Ultra

มาพร้อมระบบชาร์จเร็ว Pump Express 2.0 แต่จะต้องใช่กับอแดปเตอร์ที่รองรับฟีเจอร์นี้ด้วยนะครับ ไม่สามารถใช้ร่วมกับที่ชาร์จ QuickCharge ระบบของ Qualcomm ได้ โดยความเร็วในการชาร์จจะเร็วขึ้นกว่าเดิม ซึ่งทาง MediaTek เคลมไว้ว่าสามารถชาร์จได้ 75% โดยใช้เวลาเพียง 30 นาทีเลยทีเดียว

Battery ยังคงมาพร้อมกับโหมดประหยัดพลังงาน STAMINA Mode เช่นเคย โดยมีทั้งแบบธรรมดาและ Ultra STAMINA mode สำหรับการประหยัดแบตสุดขีดอีกด้วย แต่มันจะตัดการเชื่อมต่อทุกอย่างทำให้เราเหมือนแค่ใช้โทรศัพท์โทรเข้าออกได้เฉย ๆ นอกจากนี้ยังสามารถเลือก STAMINA Level ได้ด้วย โดยมีทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันคือ

  • Battery time preferred จะปิดการทำงานเกือบทุกอย่าง คล้าย ๆ กับ Ultra STAMINA Mode แต่จะยืดแบตได้ยาวนานที่สุด
  • Balanced power saving จะทำการปิดแค่บางฟีเจอร์เท่านั้น แต่ยังใช้งานโดยรวมทั่วไปได้ปกติอยู่ อาจลดความแรงของเครื่องลงนิดหน่อย
  • Device performance preferred จะปิดการทำงานแค่บางฟังก์ชั่นเท่านั้น แต่จะประหยัดแบตน้อยสุดใน 3 ระดับที่เกริ่นมา

Smart Stamina จะจัดสรรพลังงานของคุณให้ล่วงหน้า ทำให้สามารถบริหารจัดการแบตเตอรี่ให้อยู่ได้ทั้งวัน และยังมาพร้อมเทคโนโลยี Qnovo Adaptive Charging โดยเทคโนโลยีที่ว่านี้จะทำการ monitor สุขภาพของแบตเตอรี่ พร้อมปรับกระแสไฟในขณะชาร์จให้เข้ากัน ซึ่งจะช่วยยืดอายุขัยของแบตเตอรี่ได้กว่า 2 เท่า

นอกจากนี้เวลาที่เราเสียบสาย USB Type-C กับอุปกรณ์ต่าง ๆ นอกจากโหมด Charging only, Transfer files(MTP) และ MDI แล้วยังเพิ่มเมนูใหม่คือ Power supply สำหรับให้มือถือเราเป็นตัวจ่ายไฟให้อุปกรณ์อื่นได้อีกด้วย

จากการทดสอบแบตเตอรี่นั้น ลองเล่นเกม ROV สลับกับ Linage II ไปประมาณ 1 ชั่วโมงโดยเปิดแสงจอ 60% พบว่าแบตลดไป 23% เท่านั้นเรียกได้ว่าหายห่วงสำหรับคอเกมเพราะมันไม่ได้ลดจนถึงขั้นเล่นไม่กี่ตาก็หมดแน่นอน ส่วนอุณภูมิจากที่ลองเล่นติดๆกันพบว่าขึ้นไปประมาณ 4 องศาเท่านั้น จากการลองเล่นนานๆติดกันก็ไม่พบปัญหาเครื่องร้อนแต่อย่างใด ส่วนการทดลองใช้งานจริงหนึ่งวันแบบใช้งานเล่นโซเชี่ยวดู Youtube เวลาว่าง ใช้งานเครื่องสม่ำเสมอก็จะเห็นได้ว่าอยู่ได้วันนึงสบายๆ

สำหรับใครที่กลัวว่ามือถือจอใหญ่จะใช้งานมือเดียวได้ไม่ถนัด โซนี่เรามีโหมด One-handed operate มาให้โดยลากนิ้วลงบริเวณขอบมือถือด้านขวาเพื่อเข้าสู่โหมดนี้ โดยจะทำการย่อขนาดจอลงมาให้ใช้งานมือเดียวได้สะดวก โดยสามารถเลือกให้ชิดทางด้านซ้ายหรือขวาเผื่อสลับมือใช้งานได้ และสามารถย่อ/ขยายขนาดได้ตามใจชอบอีกด้วย

แม้ว่าจะเป็นรุ่นกลางที่ไม่มีวาสนาได้ใช้ Snapdragon อย่างเขา แต่การใช้งานโดยทั่วไปกลับลื่นไหลไม่แพ้กัน สามารถเล่นเกมต่างๆในยุคนี้ได้ ลองเทสกับเกม ROV, Linage II และ HIT ก็สามารถเล่นได้อย่างดี และด้วย RAM 4GB ทำให้การใช้งาน Multi-tasking เวลาเล่นเกมสลับกับแอปอื่นๆไม่ต้องกลัวโหลดเกมใหม่ การใช้งานโดยรวมไม่ถือว่าด้อยกว่ารุ่นเรือธงมากนัก

กล้องก็เป็นอีกจุดที่ได้รับการอัพเกรดจากเดิม โดยยกเซ็นเซอร์ Exmor RS™ (IMX-300) มาจาก Xperia Z5 เลยทีเดียว ขาดแค่ไม่มีหน่วยประมวลภาพ BIONZ และไม่ได้ใช้เลนส์ G แค่นั้น โดยมาพร้อมกับความละเอียด 23MP ขนาด 1/2.3” Exmor RS™ มาพร้อมกับระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Hybrid Auto Focus ทำให้สามารถโฟกัสวัตถุต่างๆได้อย่างรวดเร็ว

ตัวเลนส์จะใช้เป็นเลนส์ธรรมดา ไม่ใช่ G Lens แบบในตระกูลเรือธง โดยจะใช้เลนส์แบบมุมกว้าง 24 มม. มีค่ารูรับแสงอยู่ที่ F2.0 สามารถดัน ISO ได้ 6400 ในโหมดภาพนิ่ง และ 3200 สำหรับโหมดวีดีโอ สามารถถ่ายภาพซูม 5 เท่าโดยไม่เสียรายละเอียด และยังรองรับระบบกันสั่น SteadyShot™ ด้วย

โดยสเปคคร่าวๆของกล้องมีดังนี้

  • ความละเอียดสูงสุด 23MP (4:3) และ 20MP (16:9)
  • เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.3 นิ้ว Exmor RS™ (IMX-300)
  • Hybrid Autofocus
  • Quick Launch & Capture
  • Max ISO6400 (Photo) ISO3200 (Video)
  • 24mm wide-angle F2.0
  • 5x Clear Image Zoom
  • SteadyShot™

โดย Xperia XA1 Ultra ได้รองรับระบบ Manual ตัวใหม่ที่ปรับปรุงตอน Xperia XZ โดยสามารถปรับสปีดชัตเตอร์ได้แล้วที่ 1/4000 จนถึง 1 วินาที สามารถเลือกระยะโฟกัสได้ ปรับ White Balance และค่าชดเชยแสงที่เมนูกล้องได้เลย โดยรวมยังไม่มีอะไรปรับปรุงใหม่ ยังไม่สามารถปรับ ISO พร้อมกับ Speed shutter ได้ โดยระบบกล้องถ่ายภาพยังมาพร้อมกับโหมด Superior Auto เช่นเดิม โดยสามารถเลือกเปลี่ยนเป็นโหมด Manual, Video หรือใช้งานแอปกล้องต่างๆได้โดยการปัดมือเลื่อนขึ้น – ลง โดยรวมการใช้งานกล้องจะยังคงคล้ายๆเดิม

ลองถ่ายภาพในสภาพแสงต่างๆ พบว่า White Balance ผิดเพี้ยนไม่เยอะมาก แม้จะถ่ายในที่แสงน้อย WB ภายใต้แสงไฟสามารถทำได้ดี ให้รายละเอียดที่ดีเยี่ยม น่าจะหมดห่วงสำหรับคนที่กังวนในที่แสงน้อยครับ

อีกหนึ่งฟังก์ชั่นอย่าง HDR สามารถทำได้ดีพอสมควรแต่เวลาถ่ายยังมีข้อเสียเล็กน้อยตรงยังมีจังหวะแลคในการบันทึกภาพ แต่ไม่ได้นานมาก

ลองถ่ายแบบเปิดท้องฟ้าดู ก็ยังคุมโทนได้ดีอยู่ ไม่เปิดเงาจนรายละเอียดด้านล่างดูแบนราบไปหมด สามารถดูตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังทั้งหมดได้ด้านล่าง

ภาพทุกภาพถูกลดขนาดเหลือ 2MP

วีดีโอแม้ว่ากันสั่นอาจด้อยกว่าเรือธงบ้าง แต่การโฟกัสวัตถุต่างๆสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว การปรับแสงสามารถทำได้ดีเวลาเข้าไปถ่ายในที่มืดหรือออกมาในที่สว่าง ไม่ต้องกลัวว่าแสงจะปรับช้าจนภาพเบลอ ส่วนการบันทึกวีดีโอด้วยกล้องหน้านั้นถือว่าชัดพอสมควร เพราะสามารถเดินถ่ายแนวตั้งที่อัตราส่วน 16:9 ได้เต็มความละเอียด 16MP แต่การกันสั่น OIS เวลาเดินถ่ายวีดีโอยังด้อยกว่ากันสั่นแบบ EIS (Steadyshot) อย่างเห็นได้ชัด

มาถึงอีกหนึ่งจุดเด่นของรุ่น Ultra ทุกรุ่นคือกล้องหน้าจะชัดมากกก และมาพร้อมกับ LED Flash สำหรับกล้องหน้า เรียกได้ว่าใช้งานไม่ต่างจากกล้องหลังเลยทีเดียว โดยจะมาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียด 16MP ที่อัตราส่วนภาพ 16:9 และ 12MP สำหรับอัตราส่วนภาพ 4:3 ซึ่งจะแปลกจากรุ่นก่อนๆที่อัตราส่วน 16:9 จะความละเอียดน้อยกว่า เรียกว่าทำมาเพื่อสาย Live หรือ Selfie โดยเฉพาะเลยทีเดียว โดยเซ็นเซอร์จะมีขนาด 1/2.6 นิ้ว Exmor R™ เลนส์มุมกว้างขนาด 23 มม. F2.0 โดยจะมาพร้อมระบบกันสั่น OIS ซึ่งปกติเราจะเห็นโซนี่ใช้ EIS (ซอฟแวร์กันสั่น) ซะส่วนใหญ่ ซึ่ง OIS แม้ว่าจะกันสั่นไม่ดีเท่า EIS ในงานวีดีโอ แต่ก็ช่วยให้กล้องหน้าถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น รองรับ ISO ได้สูงสุดที่ 6400

รีวิวนี้อาจจะไม่มีสาวๆมาเป็นแบบ แต่ถ้าจะเทสกล้องหน้าจริงๆหน้าเถื่อนๆของผมนี่น่าจะเหมาะสุดแล้วฮ่าๆ โดยลองเทสแบบปิดกับเปิดจะเห็นได้ว่าหน้าใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รูขุมขนต่างๆบนใบหน้าถูกเกลี่ยอย่างเรียบเนียนสำหรับสาวๆสายเซลฟี่แล้ว น่าจะชอบกันพอสมควรครับ อ่อสามารถยกมือกางห้านิ้วสำหรับสั่งงานชัตเตอร์อัตโนมัติได้แล้วนะครับ

อีกหนึ่งอย่างที่ผมชอบเกี่ยวกับกล้องหน้าคือความกว้างของมันเนี่ยแหละ ทำให้เวลาถ่ายภาพเป็นหมู่คณะสามารถเก็บทุกคนได้โดยที่ไม่ต้องต่อไม้เซลฟี่หรือยื่นแขนจนคนถ่ายจะกลายเป็นแม่นาค หรือจะเซลฟี่คนเดียวแบบเต็มตัวก็ทำได้สะดวกเพราะกล้องสามารถถ่ายได้เต็มความละเอียด 16MP ที่อัตราส่วนภาพ 16:9

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าจะเห็นได้ว่า F2.0 นั้นสามารถแยกวัตถุจากฉากหลังได้ระดับนึง ช่วยให้ภาพที่ได้ดูมีมิติชัดตื้น ไม่แบนราบ

อีกหนึ่งสิ่งที่หาได้ยากในแบรนด์อื่นคือ LED Flash สำหรับกล้องหน้า ซึ่งเป็นธรรมเนียมของรุ่น Ultra ที่ต้องใส่มาให้ โดยจะมีให้เลือกหลายรูปแบบ

  • Auto ยิงอัตโนมัติ
  • Fill Flash เปิดแฟรชแบบบางๆ
  • Red-eye reduction แก้ตาแดงเวลาถ่าย
  • Flashlight เปิดแฟรชตลอดเวลา
  • Night portrait flash เปิดแฟรชสำหรับถ่ายเซลฟี่ตอนกลางคืน

ซึ่งก็สามารถเลือกปรับตามสภาพแสงการใช้งานกันได้เลยครับ สามารถเลือกตั้งเวลาชัตเตอร์ได้ 3 วินาทีกับ 10 วินาทีโดยกดเลือกตรงข้างปุ่มชัตเตอร์ได้เลย ไม่ต้องเขาไปในเมนูแล้ว

ซึ่งถ้าลองเปรียบเทียบในที่มืดแล้ว ถ้าถ่ายในที่แสงน้อยยังติดปัญหาตรงกล้องยังโฟกัสไม่ค่อยโดนหน้าอยู่ครับ หลายๆครั้งชอบไปโฟกัสฉากหลังแทน ส่วนสีที่ได้ก็จะออกแนวเย็นๆหน่อย เราลองมายิงแฟรชถ่ายให้แสบตาเล่นๆกันดีกว่า จะเห็นว่าสามารถเปิดส่วนสว่างและไล่เก็บเงาในส่วนที่มืดได้ดี แต่แสงแฟรชที่ได้จะทำให้ภาพออกโทนส้มไป ความจริงถ้าโซนี่ใส่ฟังก์ชั่น Display flash(ทำหน้าจอมือถือให้ขาวแทนแฟรช) มาจะดีไม่น้อยเลย เพราะหน้าจอขนาดใหญ่ของ Xperia XA1 Ultra นั้นสามารถให้แสงได้เพียงพอสบายๆเลย หวังว่ารุ่นหน้าน่าจะมีโหมดนี้มาครับ

Panorama ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ถ่ายได้เต็มความละเอียดมากขึ้นจากเดิม จากแต่ก่อนที่เวลาถ่ายยิ่งถ่าย wide เท่าไรความละเอียดภาพจะยิ่งลดเพราะแอปจะคุมไม่ให้เกินความละเอียดกล้องของเครื่อง แต่สำหรับแอป Panorama ตัวใหม่ใน Xperia XA1 Ultra นี้ได้รับการพัฒนาให้สามารถถ่าย wide เท่าไรก็ได้ โดยยิ่ง wide มากความละเอียดยิ่งมากตาม สามารถซูมดูภาพหลังถ่ายได้โดยที่ความละเอียดยังอยู่ครบ และ UI ของแอปยังปรับปรุงใหม่ให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยจะมีลูกศรคอยบอกว่าตอนนี้เราถือเครื่องเอียงหรือไม่และ ยังมีแถบส้มบอกว่าตอนนี้เราถือกล้องหลุดจากเฟรมที่ควรเป็นไปเท่าไร ทำให้สามารถปรับท่าทางการถ่ายได้ทัน

ตัวอย่างภาพถ่ายพาโนราม่า โดยทั้ง 2 ภาพจะแพนกล้องด้วยระยะที่ไม่เท่ากันจะเห็นได้ว่าด้าน width จะมีค่าความละเอียดไม่เท่ากันส่วนด้าน height นั้นจะมีค่าที่ใกล้เคียงกัน เรียกได้ว่าต่อให้แพนถ่ายภาพพาโนราคายาวแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวเสียรายละเอียดภาพเลยครับ

Background Defocus เป็นอีกแอปหนึ่งของโซนี่ที่สามารถทำเบลอฉากหลังได้ง่ายๆ แม้การใช้งานจะยุ่งยากนิดนึงเพราะต้องให้วัตถุกับฉากหลังอยู่ห่างกันพอสมควรและจะต้องถือกล้องนิ่งๆประมาณ 2 วิเพื่อถ่ายภาพ 2 ภาพเพื่อนำมาประมวลผลเทียบกันเพื่อทำเบลอฉากหลัง สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่เลยครับ Play Store

Clear Image Zoom หรือก็คือ Digital Zoom ดีๆนี่แหละ แต่ Sony การันตีว่าสามารถซูมถ่ายภาพได้โดยไม่เสียรายละเอียดในการซูม โดยสามารถซูมได้ถึง 5 เท่าโดยไม่เสียรายละเอียด ซึ่งจากการลองถ่ายแล้วก็สามารถยืนยันได้ว่าเป็น Clear Image Zoom ที่เก็บรายละเอียดได้ดีจริงๆ โดยทุกภาพที่ถ่ายมาไม่ว่าจะที่ 3X Zoom หรือ 5X Zoom ก็จะได้ไฟล์ภาพที่เต็มความละเอียดตามที่ตั้งไว้

กล้องถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว เทียบกับรุ่นกลางรุ่นก่อนๆ เพราะยกชิปเซ็ตจากรุ่นพี่อย่าง Xperia Z5 มาใช้ แม้ว่าจะไม่มี BIONZ หรือใช้เลนส์ G ก็ยังให้ภาพที่ดีพอสมควรอาจจะมีเรื่องนอยด์ที่ยังจัดการได้ไม่ดีมาก แต่ประสิทธิภาพโดยรวมเวลาถ่ายในที่ๆแสงพอเพียงนั้นไม่เป็นรองรุ่นใหญ่เลย และอีกจุดเด่นอย่างกล้องหน้าที่จัดเต็มความละเอียดสูงสำหรับสายเซลฟี่หรือ Live โดยเฉพาะก็สามารถทำได้ดีทีเดียวครับ

Xperia XA1 Ultra มาพร้อม Android 7.0 อยู่ (คงได้อัพ 7.1 เร็วๆนี้) โดย UI นั้นจะมาในสไตล์ Xperia launcher ที่เป็นเอกลักษณ์ของโซนี่ (แม้หลังๆจะปรับปรุงให้ไปแนวทางเดียวกับ PureGoogle แล้วก็ตาม) หลายๆส่วนที่ถูกปรับปรุงจากรุ่นก่อนๆเช่นไอคอนหลายๆส่วนที่ถูกปรับให้กลม และ Xperia XA1 Ultra นั้นสามารถใช้ฟีเจอร์ Double tab to sleep ได้ (แต่ไม่สามารถใช้ Double tab to wake ได้เช่นเดิม)

หน้าจอ Lock Screen ได้เปลี่ยนใหม่เป็นแค่การสไลด์ธรรมดา ไม่มีลูกเล่นอะไร แต่เพิ่ม Widget Clock ตัวใหม่เช่นเดียวกับ Xperia XZs ที่ดูสวยงาม หน้า Home Screen ยังเป็นรูปแบบเดิม สามารถกดค้างเพื่อจัดการเพิ่ม/ลบหน้าหรือเพิ่ม Widget การตั้งค่าต่าง ๆ ของ Home Screen สามารถเข้าไปตั้งค่าได้จากส่วนนี้ สามารถตั้งค่าให้เลื่อนซ้ายสุดเป็น Google Now ได้

App drawer จะคงรูปแบบไอคอนที่ 4×5 ปัดซ้ายขวาเพื่อเปลี่ยนหน้าแอพ  Search app จะอยู่ด้านบน ด้านซ้ายสุดจะเป็นส่วนของการค้นหาแอปและแนะนำแอปที่เราน่าจะใช้ สามารถลากแอปมารวมกันเป็นโฟลเตอร์เพื่อง่ายต่อการค้นหาใช้งานได้ หน้า Recent apps ยังสามารถเลือกสลับแอปไปมาได้เหมือนเดิม สามารถกดปุ่ม Clear all เพื่อปิดแอปทั้งหมดได้ ส่วน notification ยังคงรูปแบบเดิม ลากลงมาอีกครั้งเพื่อเข้าสู่โหมด Quick setting ได้

Messages สามารถเลือกส่งเป็นกลุ่มได้สะดวกขึ้น ส่วนคีย์บอร์ดในเครื่องจะเป็นแอป Swiftkey โดยมีข้อดีที่ปรับขนาดคีย์บอร์ดได้, แถบเดาคำ และจะเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ จากที่เราพิมพ์และคอยแก้ไขให้ถูกต้องตลอด, สามารถ Cut หรือ Copy คำที่เราใช้งานบ่อยปักหมุดไว้ได้ด้วย สะดวกไม่ต้องคอยพิมพ์ซ้ำ และสามารถเปลี่ยนธีมคีย์บอร์ดได้ด้วย ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือมีระบบสติ๊กเกอร์ให้ส่งกันผ่าน Messages ได้แล้วมีทั้งแบบฟรีและเสียตัง Contact และโทรศัพท์ยังคงรูปแบบเดิมไว้ สามารถ Sync รายชื่อจากบัญชี Gmail ของเราลงมาได้ สามารถเพิ่มชื่อ หรือมาร์ค Favorites คนที่โทรหาบ่อยหรือจะตั้งกลุ่มรายชื่อ Calander ได้เพิ่มลายกราฟิกสวย ๆ และไฮไลท์วันสำคัญและคิวนัดต่าง ๆ ในแต่ละเดือน ดูสวยงามกว่าเดิม

Music เปลี่ยนฉากหลังหน้า Player ให้เป็นการละลายปกอัลบั้มแทนการใช้สีแบบเดิม สามารถเลือนนิ้วจากมุมซ้ายเพื่อเข้าสู่เมนูต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Play queue, Albums, Song, Playlist หรือ Setting โดยสามารถเลือกดาวน์โหลดข้อมูลเพลงผ่าน Download Music info ได้ ในส่วนของ Audio Settings จะเป็นการเลือกเปิดฟังก์ชั่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น xLOUD, ClearAudio+, Dynamic normaliser, ในส่วนของ Sound Effect สามารถเลือกตั้งค่า Equalizer หรือเลือกระบบเสียงต่าง ๆ ของหูฟังได้ ในส่วนของ Accessory จะเป็นตัวเลือกของอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ สามารถตั้งค่า Sleep timer ได้แล้ว และยังรองรับ FM Radio และ Spotify ด้วยนะ

Album สามารถเลือกดูภาพโดยรวมหรือแยกดูแต่ละโฟลเดอร์ก็ได้ การเลือกดูรูปหลายรูปหรือทีละ 3 รูป 2 รูปในหนึ่งแถวทำได้ง่ายเพียงแค่ลากนิ้วกางเข้า/ออก หรือสามารถเลือกดูภาพแบบ Slideshow ก็ได้ รองรับการแชร์ภาพกับ Facebook, Picasa และ Flickr รองรับฟีเจอร์ Home Network

Video สามารถตั้งค่าให้เล่นแบบ Background playback และเปิด Subtitle ได้ และได้เพิ่ม Home Network เข้ามาในแอปเลย ด้านการตัดต่อวีดีโอยังมาพร้อมกับแอป Movie Creator เพื่อสามารถสร้างวีดีโอสไลด์ภาพเกร๋ ๆ โชว์เพื่อนก็ได้ ผมชอบฟังก์ชั่นที่มันจะจับภาพทุก 1 อาทิตย์หรือ 1 เดือนมาทำวีดีโอให้เราได้ดู

Settings ถูกปรับให้หลาย ๆ เมนูที่เคยอยู่ในหมวดออกมาอยู่ด้านหน้าเลย เพื่อความสะดวกในการเข้าถึง และเพิ่มกราฟฟิกสวย ๆ ขึ้นมาในแต่ละเมนูเพื่อสื่อให้เราเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น สามารถเลือกเปลี่ยนธีมต่างๆได้ โดยจะมีทั้งธีมฟรีและเสียตังให้เลือกโหลดกันบน Play store เลย ส่วนหน้าจอก็สามารถเลือกปรับค่าได้มากขึ้นสามารถเลือกปรับความใหญ่ของ UI ให้ใหญ่ขึ้นอีกได้ซึ่งสะดวกสบายสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางสายตา

Notification สามารถตั้งค่าได้ละเอียดกว่าเดิมชนิดที่ว่าเลือกไปตั้งค่าแต่ละแอปกันได้เลย Smart cleaner ที่จะเพิ่มความฉลาดในการจัดการแรม โดยจะช่วยปิดโปรแกรมที่เราไม่ได้ใช้นาน และกำจัดไฟล์ขยะและ cache ต่าง ๆ โดยมีฟังก์ชั่นใหม่เพิ่มเข้ามาอย่าง Transfer data  ที่สามารถเลือกได้ว่าจะย้ายข้อมูลแบบไหนไปเก็บบน SD Card และ Choose items to remove ที่มันจะคอยสอดส่องว่าข้อมูลไหนที่เราไม่ได้ใช้มานานเกิน 30 หรือ  90 วันแล้วและจัดการให้ โดย RAM 4GB ของเครื่องผมลองลงแอปตามที่ใช้งานในแต่ละวันเกือบหมดแล้วก็พบว่ายังเหลือ RAM ให้ใช้งาน 1.6MB นับว่าเยอะเลยทีเดียวสำหรับรุ่นกลางอย่าง Xperia XA1 Ultra

Device connection รองรับฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆไม่ว่าจะเป็น Screen mirroring ซึ่งจะสตรีมภาพจากมือถือไปยังทีวีแบบไร้สาย หรือ Google Cast ได้ครบถ้วน

Assist ที่ปรับปรุง UI ให้น่าใช้มากยิ่งขึ้น โดยจะรวมเมนูต่างๆไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นใช้งานเครื่อง (Introduction to Xperia) หรือเทคนิคการใช้งานต่างๆ (Xperia Tips) และโหมดใหม่ที่เพิ่มเข้ามาอย่าง Xperia Actions

Xperia Actions ซึ่งช่วยปรับแต่งค่าการทำงานของสมาร์ทโฟนให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ เพื่อให้คุณใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น โดยสามารถเลือกตั้งค่าการใช้งานให้เข้ากับชีวิตเราได้มากยิ่งขึ้น โดยจะแบ่งเป็นตอนต่างๆเช่นเรานอน, ทำงาน หรือเวลาเรานั่งเครื่อง ช่วยให้สามารถใช้งาน Xperia ในสถานการณ์ต่างๆโดยที่ไม่ต้องคอยมาตั้งค่าตลอดเวลา

    Xperia XA1 Ultra ยังถือว่าเป็นรุ่นอัพเกรดในตระกูล Ultra ที่ดีพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นกล้องที่ปรับปรุงใหม่ โดยยกข้อดีของรุ่นพี่อย่าง Xperia Z5 มาใช้ ตัวเครื่องออกแบบมาดูแน่นหนา จะมีเพียงฝาหลังที่จับกดๆยังรู้สึกว่ามันยังไม่แข็งเท่าที่ควร (เพราะเป็นพลาสติก) แต่ไม่ถือว่าเป็นปัญหากับการใช้งานแต่อย่างใด งานประกอบทำได้ดี ลองบิดๆตัวเครื่องไม่มีเสียงกรอบแกรบ ดูแน่นหนาทุกส่วน ตัวเครื่องแม้มีขนาดใหญ่ แต่ด้วยการลดพื้นที่ขอบข้างจนจอแทบจะติดขอบทำให้สามารถถือใช้งานได้สะดวก จะมีก็เพียงพื้นที่ด้านบนและล่างที่เหลือเยอะ ซึ่งตรงนี้มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ แต่ก็ไม่ถึงกับเยอะมากเหมือน Xperia XA1 ตัวเครื่องไม่หนามาก เรียกว่าบางเลยล่ะสำหรับเครื่องที่ใหญ่ขนาดนี้ ทำให้สามารถถือเล่นหรือโทรศัพท์ได้สะดวกไม่เมื่อยมือ

    ในส่วนของสเปคด้านต่างๆ เช่น ชุดชิปประมวลผลที่ได้รับการอัพเกรด สามารถใช้งานได้ลื่นไหล เล่นเกมยุคปัจจุบันได้สบายๆ กล้องที่ใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 23 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆที่เรียกได้ว่าเกือบครบเทียบเท่ากับรุ่นเรือธง กล้องหน้าที่จัดเต็มทั้งความละเอียด 16MP พร้อมแฟลชสำหรับขาเซลฟี่หรือ Live การใช้งานโดยรวมลื่นไหลดี แบตเตอรี่ก็สามารถใช้งานได้ยาวนาน ทำให้ Xperia XA1 Ultra นั้นเป็นมือถือสุดคุ้มไปในทันที ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 13,990 บาท สามารถหาซื้อได้ที่ Shop ทั่วไป สำหรับใครที่กำลังหามือถือไว้ Live หรือเซลฟี่ และอยากได้หน้าจอใหญ่ๆโดยที่ตัวเครื่องไม่ใหญ่หรือหนาเกินไป Xperia XA1 Ultra ถือเป็นตัวเลือกต้นๆของคุณแน่นอนครับ 🙂

สามารถเลือกซื้ออุปกรณ์เสริมได้ที่ : Shop SE-UPDATE ได้เลยจ้า~

ขอบคุณที่ร่วมแสดงความรู้สึกของคุณต่อบทความนี้ อย่าลืมที่จะแชร์ให้คนอืนได้รู้ความรู้สึกนี้ .
บอกให้เรารู้ถึงความรู้สึกหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้
  • ประทับใจสุดๆ
  • ดีจังเลย
  • โกรธสุดๆ
  • เฉยๆ อ่ะ
  • รู้สึกหดหู่

Comments

comments

x Close

Facebook Fan Page

ปิดโหมดสีเทา