Review : Sony SmartWatch 3 นาฬิกาสุดเท่ที่มาพร้อมกับ AndroidWear

Review : Sony SmartWatch 3 นาฬิกาสุดเท่ที่มาพร้อมกับ AndroidWear

cover

 ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เราได้เห็นการพัฒนาของอุปกรณ์ของ SmartWear หรืออุปกรณ์ไอทีที่เน้น “สวมใส่” มากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยความสะดวกในการสั่งงานหรืออ่านการแจ้งเตือนต่างๆหรือใช้เพื่อข้อมูลด้านสุขภาพ จน Google ต้องโดดมาร่วมวงในการเปิดตัว AndroidWear ซึ่งจะพัฒนามาเป็น OS หลักสำหรับอุปกรณ์ SmartWear ในปัจจุบัน ทำให้การเปิดตัว SmartWatch3 นี้โซนี่ต้องเลือกที่จะทิ้ง OS เก่าที่พัฒนามาตั้งแต่ SmartWatch ตัวแรกหรืออีกชื่อคือ LiveView ทิ้งแล้วหันมาใช้ AndroidWear แทนนั่นเอง

IMG_2025
แพคเกจและรูปแบบกล่องยังคงมาในธีมของ SmartWatch2 โดยภายในกล่องจะมีตัวนาฬิกา SmartWatch3 โชว์ออกมาให้เห็นส่วนต่างๆได้ชัด เมื่อเปิดดูภายในกล่องก็จะพบแค่สาย USB กับคู่มือการใช้งาน (ไม่มีสายแถมมาให้เปลี่ยนนะ)

IMG_1803
การดีไซน์ของ SmartWatch3 จะมาในรูปแบบใหม่ไม่เหลี่ยมๆแบบตอน SW2 โดยจะออกแบบให้ตัวเรือนฝังลงไปในสายนาฬิกา สามารถถอดออกมาเพื่อเปลี่ยนสายได้ แต่ก็มีข้อเสียคือไม่สามารถใช้กับสายนาฬิกาทั่วไปแบบ SW2 ได้ทำให้ต้องใช้สายที่โซนี่ทำมาเท่านั้น :'(

IMG_1808
SmartWatch3 มาพร้อมกับจอแสดงผลทรานสเฟล็กทีฟ 1.6 นิ้ว ความละเอียด 320×320 พิกเซล ซึ่งมีข้อดีคือถ้ามองกลางแดดจะคล้ายๆจอ EInk ทำให้สามารถดูรายละเอียดกลางแสงแดดได้ชัด โดยไม่ต้องเร่งแสงจอ มาพร้อมกับเซนเซอร์ตรวจจับสภาพแสง ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวของตัวเครื่อง เข็มทิศ เซนเซอร์หมุนภาพ และ GPS (ไม่ยอมใส่ Heart rate sensor มาซักที T_T) มาพร้อมกับ CPU Quad ARM A7 ความเร็ว1.2 Ghz แรม 512MB และเมม 4GB eMMC ปุ่มด้านข้างสำหรับปิด/เปิดเครื่อง ด้านบนจอจะเป็นไมค์โครโพน แต่ไม่สามารถใช้ถือพูดคุยโทรศัพท์แบบ SmartBand Talk ได้เพราะไม่มีลำโพง ตัวไมค์ใช้สำหรับสั่งการด้วยเสียงอย่างเดียวครับ

IMG_1812
ตัวสายทำมาจากวัสดุยางแข็งๆคล้ายเรซิน ดูคงทน แต่มีข้อเสียเล็กๆคือถ้าไปในที่ๆมีฝุ่นจะมีละอองฝุ่นเล็กๆจับที่สายได้ค่อนข้างง่ายและเห็นได้ชัดในสายสีดำ แต่ไม่น่าใช่ปัญหาใหญ่เพราะนาฬิกาเราสามารถจับไปล้างน้ำได้เลย ^_^

IMG_1818
ตัวสายถูกออกแบบมาให้เป็นตัวบีบล็อคแบบนาฬิกาสายเหล็กทั่วไป สามารถขยับไซส์ของนาฬิกาได้โดยเลื่อนตัวหมุดที่สาย ตัวล็อคทำมาจากเหล็กชุบโครเมียมดูแข็งแรงและลอกยาก

IMG_2006
พอร์ตสำหรับชาร์จไฟถูกนำไปอยู่ใต้ตัวเรือนแทน ทำให้การเสียบสายชาร์จดูยุ่งยากขึ้น >.< แบตเตอรี่ขนาด 420mA ทำให้สามารถใช้งานได้ถึง 2 วัน

IMG_1820
สามารถถอดตัวเรือนนาฬิกาออกมาทำความสะอาดหรือเปลี่ยนสายได้ หรือจะพกแบบไม่ใส่สายก็ดูเก๋ไปอีกแบบ โดยตอนนี้โซนี่มีสายขายแค่ 3 แบบคือแบบสายที่แถมมา สายดีไซน์เป็นเป็นแท็บเว้ากลาง และสายเหล็กที่เพิ่งเปิดตัวออกมา

*เพิ่มเติม รูปภาพในเพจ Official เผยให้เห็นตัวเรือนสายหนังที่สามารถถอดเปลี่ยนเป็นสายนาฬิกาแบบอื่นได้แล้ว

watchface_sw3_all
มาดูกันที่ซอฟแวร์กันบ้าง เนื่องจากเปลี่ยน OS มาใช้ AndroidWear ทำให้แอพฯต่างๆที่เคยมีใน SmartWatch2 ไม่สามารถใช้ได้ และรูปแบบระบบเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด บอกลาปุ่ม Home back menu ใต้นาฬิกาได้เลยเพราะการสั่งงานทั้งหมดจะมาในรูปแบบการ Swipe (ลากนิ้ว) นั่นเอง โดยธีมนาฬิกาหรือ Watchface ก็ยังคงมีให้เลือกใช้งานกันหลายรูปแบบ ซึ่งบางรูปแบบสามารถปรับแต่งให้เป็นแบบที่เราต้องการได้ด้วย และสามารถทำให้หน้าจอติดได้ด้วยการ double-tab หรือแค่ยกหน้าจอนาฬิกาขึ้นมาดูเท่านั้น สะดวกกว่าเดิมไม่ต้องคอยกดปุ่ม ^^

IMG_2103
การใช้งานหน้าจอสัมผัสจะสังเกตุได้ว่าไม่มีปุ่มใดๆบนหน้าจอแล้วการสั่งงานจะเป็นการปัดไปมาแทน โดยการปัดขึ้นจะเป็นการดูการ์ดเพิ่มเติม(สไตล์ Google Now) และดูแอพฯที่เปิดใช้งาน สามารถปิดแอพฯหรือการ์ดนั้นได้ด้วยการปักดไปทางขวา ถ้าต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมของการ์ดหรือแอพฯนั้นๆทำได้โดยการปัดซ้ายที่นาฬิกา ซึ่งจะโชว์ข้อมูลต่างๆไปเรื่อยๆ การปัดลงหากอยู่ในหน้าจอ Watchface จะเป็นการเรียกดูเมนูและสถานะต่างๆของตัว SmartWear สามารถใช้ไมค์สั่งการด้วยเสียงได้ แค่พูดว่า “OK Google”

IMG_2117
การต่อใช้งานกับ Lifelog ยังสามารถทำได้อยู่ โดยสามารถบันทึกเก็บข้อมูลต่างๆของผู้ใช้งานไม่ว่าจะเป็น การเดิน การเล่นแอพฯต่างๆในแต่ละวัน เวลานอน การออกกำลังกาย หรือกิริยาอื่นๆของผู้ใช้งานได้ครบถ้วน ไม่ต้องใส่ SmartBand อัน SmartWatch อันแบบตอนก่อนแล้ว แต่ก็ยังแอบเสียดายที่ยังไม่สามารถวัดชีพจรได้จาก SmartWatch3 ได้โดยตรง ทั้งที่ฟังก์ชั่นนี้เริ่มมีใน SmartWear ค่ายอื่นๆแล้ว

screensw3p1
เมื่อต่อใช้งานเสร็จจะบังคับให้เราลงแอพฯ AndroidWear ซึ่งจะเป็นแอพฯหลักสำหรับสั่งงานและปรับแต่ง SmartWatch3 ของเรา โดยสามารถเปลี่ยน Watchface ตั้งค่าการใช้งานเสียงหรือโหลดแอพฯเพิ่มเติมสำหรับ SmartWear ได้จากแอพฯนี้เลย

screensw3p2
โดยสามารถปรับเปลี่ยน Watchfaces ได้ทั้งจากตัว SmartWear หรือบน Smart Phone เราได้เลย โดยในส่วน Voice Actions จะเป็นการตั้งค่าเรียกใช้งานแอพฯด้วยเสียงของเรา มีพื้นที่หน่วยความจำภายในที่ใช้งานได้ทั้งหมดประมาณ 2.8GB สำหรับลงแอพฯต่างๆซึ่งก็ถือว่ามากพอสมควร สำหรับแบตเตอรี่นั้นสามารถใช้งานได้ประมาณ 2 วัน

Untitled-1การใช้งานต่างๆจะเป็นการปัดขึ้นลงเพื่อเลือกแอพฯต่างๆ โดยจะเป็นแอพฯมาตราฐานทั่วไป เช่นนาฬิกาปลุก จับเวลา ปฏิทิน ฯลฯ ส่วนแอพฯอื่นๆที่ลงเพิ่มจะเก็บอยู่ในหมวดเพิ่มเติม

Untitled-2aการแจ้งเตือน Facebook, Line หรือแอพฯโซเชียลอื่นๆ รองรับภาษาไทย และสามารถอ่านการแจ้งเตือนได้ง่ายแถมเราสามารถเลือกตอบหรือกดไลค์ข้อความได้ทันทีเลย

Untitled-3
การลงแอพฯเสริมของ SmartWear สามารถติดตั้งผ่านแอพฯ ได้เลย โดยตอนนี้เริ่มมีแอพฯเสริมอื่นๆให้เลือกมากมาย และน่าจะมีมากขึ้นอีกในอนาคต ทางด้านซ้ายที่เป็นแอพฯ สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจสามารถทำการวัดบนสมาร์ทโฟน(โดยใช้แฟรชกับกล้อง)และส่งไปโชว์ผลที่ SmartWatch3 ได้

Untitled-4
มีมินิเกมให้เล่นได้บนสมาร์ทแวร์ และแอพฯพื้นฐานของโซนี่อย่าง TrackID ก็สามารถใช้บน SmartWatch3 ได้ด้วย

IMG_2077

ด้านคุณสมบัติการกันน้ำได้รองรับมาตราฐาน IP68 สามารถแช่ในน้ำจืดได้ลึกสูงสุด 1.5 เมตร นาน 30 นาที สามารถใช้ในที่ฝุ่นละอองเยอะหรือขณะที่มือเปียกได้

IMG_2089
สำหรับ SmartWatch3 นับเป็นการเปลี่ยนแปลงของโซนี่ที่หันมาใช้ AndroidWear แทน OS ตัวเองที่ทำออกมาตั้งแต่ LiveView ซึ่งแน่นอนอาจจะทำให้เสียจุดเด่นด้านการใช้งานไปเพราะระบบปฏิบัติการจะคล้ายกับ Moto360 หรือ G Watch ของ LG ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องแข่งขันกันที่ฟีเจอร์พิเศษเฉพาะ หรือด้วยรูปทรงนั่นเอง แม้บางฟังก์ชั่นอาจจะดูน้อยกว่าคู่แข่งไปบ้างแต่ด้านดีไซน์และงานประกอบยังคงเนียบสไตล์โซนี่อยู่เหมือนเคย

คุณสามารถเป็นเจ้าของ SmartWatch3 ได้ที่ Shop SE-UPDATE ได้เลยครับ ^_^

blue2uline

ขอบคุณที่ร่วมแสดงความรู้สึกของคุณต่อบทความนี้ อย่าลืมที่จะแชร์ให้คนอืนได้รู้ความรู้สึกนี้ .
บอกให้เรารู้ถึงความรู้สึกหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้
  • ประทับใจสุดๆ
  • ดีจังเลย
  • โกรธสุดๆ
  • เฉยๆ อ่ะ
  • รู้สึกหดหู่

Comments

comments

x Close

Facebook Fan Page