เทคนิคการตรวจสอบมือถือ Xperia

เทคนิคการตรวจสอบมือถือ Xperia

xperiabuyerguide

    ใกล้เข้ามาแล้วกับงาน Thailand Mobile Expo 2015 ซึ่งจะจัดวันที่ 1-4 ตุลาคม ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งมีรุ่นใหม่เปิดตัวทั้งหมด 3 รุ่นคือ Xperia M5, Xperia C5 และเรือธงสุดแรงตอนนี้ Xperia Z5 Series นั่นเอง แต่!! Xperia Z5 อาจจะเป็นแค่การ Pre-booking ก่อนยังไม่มีเครื่องขายในงาน ซึ่งในงานอาจจะเป็น Xperia M5, Xperia C5 และ Xperia Z3 เป็นตัวชูโรงไปก่อน

    ซึ่งสำหรับหลายๆคนที่เล็งจะไปหามือถือใหม่ในงาน ก็อาจจะยังไม่รู้วิธีตรวจเช็คเครื่องที่ดีพอ เพราะว่าโซนี่เราไม่มีประกันใจ 7 วันหลังขายอยู่แล้ว(มีเฉพาะบางร้านที่ประกันให้) ทำให้สมัยก่อนแทบต้องตักบาตรทำบุญไปซื้อกันเลยทีเดียว แต่ไม่เป็นไรครับ เรามาลองศึกษากันก่อนดีกว่า ว่าจะไปสอย Xperia คู่ใจสักเครื่องเราต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ซึ่งถ้าตรวจสอบเจอปัญหาข้อใดข้อนึงเราก็ได้ขอเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้เลย ดีกว่ามาเจอปัญหากันที่หลังเนอะ

IMG_2509

    กล่องสินค้าและของภายใน พยายามตรวจสอบของต่างๆไม่ว่าจะเป็นสายชาร์จ อแดปเตอร์ หูฟังต่างๆที่แถมมาในกล่อง ซึ่งส่วนมากไม่เคยมีใครเจอปัญหาตรงนี้แต่ก็ตรวจสอบกันพลาดไว้ก่อนดีกว่า เช็คดูว่า IMEI เครื่องกับบนกล่องตรงกันไหม

yogue_xperia_7

    ต่อมาก็มาตรวจสอบตัวเครื่องกันดีกว่า แน่นอนพยายามตรวจสอบทุกมุมอย่างละเอียด ตรวจเช็คพอร์ตปิดต่างๆว่าแน่นหนาดีหรือไม่ ตัวแจ็คหูฟังหลวมหรือเสียบแล้วมีเสียงก๊อกแก๊กหรือเปล่า ลองบีดเครื่องเบาๆเพื่อดูว่าส่วนประกอบต่างๆแน่นดีไหม มีเสียบกอบแกบ หรือมีส่วนไหนไม่แน่น ลองวางเครื่องบนเคาเตอร์เรียบๆดูว่าตัวเครื่องตรงไหม มีส่วนไหนเบี้ยวหรือเปล่า ลองหากระดาษหรืออะไรปิดบังเครื่องให้มืดแล้วเปิดจอดูว่ามีแสงลอดตรงไหนหรือเปล่า ซึ่งถ้าทุกอย่างโอเคแล้ว คราวนี้ลองลองไปเช็คฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ผ่านโหมด Service Test กันครับ

servicetest1

    ขั้นแรกเลย เปิดแอพ Phone ขึ้นมาแล้วกรอกรหัสชิงโชค เอ้ย! รหัสลับสำหรับเข้าเมนู Service Test คือ *#*#7378423#*#* หรือถ้าใครกลัวจำยาก มีหลักการจำอยู่ครับ เพราะเลข 7378423 คือคำว่า “SERVICE” ถ้าพิมพ์บนแป้นพิมพ์มือถือนั่นเอง เมื่อเข้ามาได้แล้วก็จะพบกับเมนู Service ซึ่งมีทั้งหมด 4 เมนู เมนูแรกคือ Service info ซึ่งจะเป็นข้อมูลเครื่องต่างๆ รหัสเครื่อง IMEI ฯลฯ ซึ่งเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ต้องไปสนใจมันมากครับ เรามาเจาะจงตัวที่ 3 กันดีกว่ากับ Service tests

servicetest2

เมื่อเข้ามาใน Service Test แล้วก็จะเจอเมนูต่างๆมากมาย เราลองมาไล่ดูทีละอันกันนะครับ

  • Keyboard & Switch เทสการใช้งานปุ่มกดต่างๆ โดยให้เรากดปุ่มต่างๆบนตัวเครื่องและดูว่ามันขึ้นตรงกับปุ่มที่เรากดหรือไม่ หากจะออกจากโหมดนี้ให้รอ 8 วินาทีจะออกอัตโนมัติ
  • Touch Screen เป็นการเช็คการทำงานของทัชสกรีน โดยให้ลากนิ้วไปทั่วๆหน้าจอเพื่อดูว่าสามารถทัชได้ครบทุกตำแหน่งบนจอหรือไม่ พยายามลากให้ละเอียดที่สุด ถ้ามีตรงไหนเส้นแหว่งหรือลากไม่ไปแปลว่าทัชสกรีนมีปัญหา
  • Display เป็นการเทสหา Dead Pixel และดูว่าจอแสดงผลได้ถูกต้องไหม (Dead Pixel คือจุดๆหนึ่งบนหน้าจอซึ่งตอบสนองสีได้ไม่ตรงตามเพื่อน เช่นหน้าจอขาวแต่กลับมีจุดดำบนจอ โดย Dead Pixel อาจเกิดบนสีอะไรก็ได้ แค่มันจะแสดงผลเป็นอีกสีและเป็นจุดเล็กๆเท่านั้นเอง) แนะนำให้ตรวจสอบโดยการแตะไปเรื่อยๆ เพื่อให้มันเปลี่ยนไปทีละสี จนครบทุกสี บางทีอาจเป็นจุดเล็กๆที่มุมจอ แต่โอกาศเจอ Dead Pixel มีน้อยมาก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม Dead Pixel
  • LED/Illumination เทสไฟแจ้งเตือน (Notification LED) โดยจะไล่แสดงสีเขียว แดง น้ำเงิน โดยตำแหน่งการวาง LED จะไม่เหมือนกันในแต่ละรุ่น เช่น Xperia Z Series ส่วนมากจะวางที่มุมจอบนเป็นต้น
  • Speaker จะเป็นการเทสลำโพงโดยจะเป็นเสียงดนตรีเร่งระดับความดังขึ้นไป ลองฟังดูว่าเสียงแตกไหม
  • Stereo speaker Left อันนี้จะมีเฉพาะรุ่นที่เป็นลำโพงคู่ เช่น Xperia Z3, Xperia Z5 โดยจะเป็นการเทสลำโพงบน
  • Stereo speaker Right เช่นกันเป็นการเทสลำโพงล่าง
  • Earphone เป็นการเทสลำโพงสนทนา ลองแนบหูฟังดูว่าได้ยินเสียงชัดไหม
  • Microphone เป็นการเทสไมค์สนทนา ลองร้องเพลงหรือพูดใส่เครื่องก็ได้ มันจะอัดประมาณ 5 วิ แล้วจะเล่นให้เราฟัง ลองฟังดูว่าเสียงชัดเจนดีไหม เพราะหรือเปล่า
  • Secondary Microphone เป็นการเทสไมค์ตัวที่ 2 ซึ่งส่วนมากจะอยู่ด้านบนไม่ก็ด้านหลังเครื่อง เทสเช่นเดียวกับไมค์สนทนา
  • Vibrator เป็นการเทสการสั่นของเครื่อง โดยให้เรากรอกเวลาสั่น โดยเริ่มกรอกจากน้อยๆ สัก 100 ไปจนถึงซัก 2000 เพื่อดูว่าการสั่นปกติไหม ช่วง 100 ควรสั่นนิดเดียวแล้วหยุด
  • Camera เทสกล้องหลัง ตรงนี้เข้าเล่นที่แอพฯ Camera เลยจะดีกว่า
  • Secondary Camera เป็นการเทสกล้องหน้า
  • Flash LED ดูว่า Flash LED ที่กล้องสว่างดีไหม ใช้งานได้ปกติหรือเปล่า
  • Compass เป็นการเทสเข็มทิศ โดยให้เราลองหันไปทิศต่างๆแล้วสังเกตุค่า Yaw ถ้าทิศเหนือ=0 ทิศตะวันออก=90 ทิศใต้=180 และทิศตะวันตก=270
  • Accelerometer การวัดจุดศูนย์กลางเครื่อง ให้ลองเอียงเครื่องไปรอบๆ และดูว่าลูกแก้วมันไหลไปตามที่เราเอียงไหม และถ้าเราถือเครื่องแนวนอนขนานกับพื้นแล้วมันอยู่ตรงกลางหรือเปล่า
  • Gyroscope เป็นตัววัดการเอียงของเครื่องเหมือนกัน แต่ Gyroscope จะให้ค่าที่นิ่งกว่า ให้เราลองเอียงเครื่องไปมาและดูว่าลูกบาศก์มันเอียงตามเราไหม (สำหรับใครที่อยากรู้ข้อมูลเชิงลึกหรือความแตกต่างของ Accelerometer กับ Gyroscope สามารถอ่านได้ที่นี่ครับ)
  • Ambient Light Sensor เป็นเซนเซอร์ไว้ใช้วัดสภาพแสง โดยไว้ใช้หลักๆเวลาตั้ง Auto Brightness โดยให้ดูค่า Value เป็นหลัก ถ้าอยู่กลางแสงเยอะๆน่าจะขึ้นที่ 10 แต่ถ้าอยู่ในห้างหรือร้านที่มีแสงจากหลอดไฟอาจจะขึ้นแค่ 7 ไม่ต้องตกใจ ให้ลองเอามือค่อยๆปิดไปที่ด้านบนเครื่องและดูว่าตัวเลขค่อยๆลดต่ำลงไหม โดยถ้าปิดสนิทแล้วตัวเลขต้องเป็น 0.0
  • Proximity switch เป็นเซนเซอร์ไว้ปิดหน้าจอเวลาเราแนบหูคุยโทรศัพท์ โดยถ้าเราไม่มีอะไรไปบังตัวเครื่องต้องเป็น OFF จากนั้นลองเอามือไปบังด้านบนเครื่องใกล้ๆเพื่อดูว่ามันเปลี่ยนเป็น ON ไหม
  • Pressure Sensor อันนี้เป็นเซนเซอร์วัดความดันภายในเครื่อง หากเครื่องกันน้ำได้ เมื่อปิดพอร์ตทั้งหมดแล้วออกแรงกดลงบนหน้าจอ ตัวเลขบนหน้าจอต้องเพิ่มขึ้น ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยแปลว่ามีรูรั่วให้อากาศและน้ำผ่านเข้าออกตัวเครื่องได้แล้ว ซึ่งโหมดนี้จะมีอยู่บนรุ่นเรือธงตั้งแต่ Xperia Z2 ขึ้นไป

FCT_7058

คราวนี้ถ้าเช็คเครื่องแล้วโอเคหมดทุกอย่างแล้ว ก็อย่าลืมเช็คว่าจ่ายเงินเกินหรือเปล่านะครับ! ขอให้สนุกกับการใช้งาน Xperia ครับ 😀

ขอบคุณที่ร่วมแสดงความรู้สึกของคุณต่อบทความนี้ อย่าลืมที่จะแชร์ให้คนอืนได้รู้ความรู้สึกนี้ .
บอกให้เรารู้ถึงความรู้สึกหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้
  • ประทับใจสุดๆ
  • ดีจังเลย
  • โกรธสุดๆ
  • เฉยๆ อ่ะ
  • รู้สึกหดหู่

Comments

comments

x Close

Facebook Fan Page